Barcamp Bangkok 3
จบงาน Barcamp Bangkok 3 แล้ว ซึ่งผมก็ได้อะไรมาจากงานนี้มากมาย ไม่ใช่สิ่งของ (แต่ก็มีนะ)
สิ่งที่ผมรู้สึกได้จากงานนี้คือ คนต่างชาติให้ความสนใจกันเยอะมาก ซึ่งก็ทำให้มี session ที่เป็นภาษาอังกฤษมากตามไปด้วย คิดแล้วก็แทบจะครึ่งๆกันเลยทีเดียว ภาษาก็เลยกลายเป็นกำแพงกั้นการถ่ายทอดความรู้อย่างทั่วถึงกับคนไทย (และในทางกลับกันด้วย) ทำให้ผมรู้สึก (อาจจะรู้สึกไปเอง) ว่างาน Barcamp Bangkok นี่เหมือนเป็น 2 งานจัดอยู่ในสถานที่เดียวกัน
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ทำให้งานวันที่ 2 คนมาน้อยกว่าวันแรกแบบเห็นได้ชัด … เพิ่งมาครั้งแรก เจอรูปแบบของงานแบบนี้เข้าไป คิดว่าเสียเวลา? … มาเพียงเพื่ออยากได้บรรยากาศ แค่วันเดียวก็ได้แล้ว จะมาทำไม 2 วัน? … เบื่อ มีแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้ ไม่รู้เรื่องเลย? … ไม่เหมือนอย่างที่คิด (คิดอะไร) ผิดหวัง? … ว้าเหว่ อยากมาเจอสาวน่ารักๆ ชอบคนที่เป็น geeks แต่กลับเจอแต่พวกเดียวกัน? (ที่มีก็มีเจ้าของแล้ว)
Session ที่ผมประทับใจ
- “Sell advertising on your website for startup” ของคุณ@เจริญ
- “Anti Crack Coding” ของ CITEC
- “TEDxBKK” ของ @Robinthailand
- เกี่ยวกับ Startup ของ @Sean Keener
- “How can I get to FOWA with no money” โดยคุณ Oil Duocore
Session ที่ต้องกล่าวถึงสักหน่อยก็เช่น
- Online marketing people meetup โดย Phil ซึ่ง session นี้ไม่ได้เป็น session ของการบรรยาย แต่เป็นการแนะนำให้คนที่อยู่ในวงการเดียวกันได้รู้จักกัน พิธีกรจะคอยถามว่ามีใครในห้องทำงานเกี่ยวกับอันโน้นอันนี้บ้าง ที่เกี่ยวกับ Online Marketing ถามลักษณะของงาน ประสบการณ์ ฯลฯ เป้าหมายหลักไม่ใช่การคุยกันในห้อง แต่เป็นการไปสนทนากันต่อนอกรอบต่างหาก!
- Lightning Talk ซึ่งเป็น session 1 ชม. ที่ให้ใครออกมาพูดเรื่องอะไรก็ได้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องทางเทคนิค คนละ 5 นาที ใครอยากโฆษณาอะไร มีความในใจอะไร หรือเกร็ดความรู้แปลกๆ สนุกๆ ก็เอามาแบ่งปัน มาพูดกันสนุกๆ … ซึ่งจะสนุกมากเมื่อคนฟังกระโดดเข้ามามีส่วนร่วมในการสนทนา เรียกได้ว่าเป็น Sub-Barcamp ข้างใน Barcamp อีกที
- SEO Clinic โดย @sajal และ @baramunchies ซึ่ง session นี้จะให้คนเข้าฟังเอาเว็บไซต์ของตัวเองมาถูกชำแหละโดย SEO Expert 2 คน โดยจะดูทั้งการจัดวางหน้า HTML, การใส่ Meta, Title ฯลฯ โดยลองค้นหาจาก Google เดี๋ยวนั้นเลยว่าเว็บไซต์นั้นติดอันดับแรกๆ สำหรับ keyword ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และ Google จะแสดงอะไรในหน้าผลการค้นหา ที่มีผลต่อยอดคนเข้าชมเว็บ และอื่นๆอีกมาก ประเด็นที่น่าสนใจก็คือทุกอย่างไม่ได้มาจาก slide ไม่ได้เตรียมการพูดมา แต่เอาเว็บไซต์จริงๆ ของคนที่อยู่ในห้อง และชำแหละกันให้ฟัง ณ ตรงนั้นเลย!
Products I Can’t Live Without
จากนี่ เลยลองทำดูบ้าง
Gmail
ขาดไม่ได้เลย เพราะมันเป็น email address หลักที่ใช้ และความสามารถเกี่ยวกับการใส่ label ก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นอีกเยอะ นอกจากจะใช้ Gmail ในการติดต่อสื่อสารแล้ว ยังใช้เป็นที่เก็บข้อมูลส่วนตัว และที่จดโน้ตเป็นบางครั้งบางคราวอีกด้วย
Google Reader
เหมือนถูกตัดออกจากอินเตอร์เนตถ้าไม่มี Google Reader
Adobe Photoshop Lightroom
เนื่องจากเป็นคนชอบถ่ายรูป ถ่ายมาก็ต้องแต่งรูป ไม่อย่างนั้นก็เหมือนผู้หญิงไม่แต่งหน้า อาจดูเป็นธรรมชาติ แต่จืด … เคยใช้มาตั้งแต่ version 1 ซึ่งก็ประทับใจพอสมควรกับความสามารถในการทำให้รูปธรรมดา เป็นรูปที่ดูดีขึ้นได้ แต่พอมา version 2 แล้วก็ต้องบอกว่าชีวิตนี้ขาดไม่ได้เลยทีเดียว ก็ซื้อแบบ Educational Discount มาตอนอยู่ที่อเมริกาในราคา $99 (ราคาปกติ $299)
Microsoft Windows Live Photo Gallery
เป็นโปรแกรมฟรีจาก Microsoft ที่เอาไว้ใช้ upload รูปขึ้นไปที่ Flickr … ถามว่าทำไมไม่ใช้ Flickr Uploadr? ก็เพราะเคยใช้แล้ว มันค่อนข้างมีปัญหาเวลา upload ตอนที่มี upload bandwidth น้อยๆ ซึ่งทำให้รูป upload ขึ้นไป แต่โปรแกรมกลับแสดง error บ้าง (ทำให้ upload สะดุด) … เคยลองหลายโปรแกรมที่มีความสามารถในการ upload รูปขึ้นไปที่ Flickr ก็พบว่า Live Photo Gallery นี้สุดยอดแล้ว
Flickr
ไว้เก็บรูปของตัวเองแบบเต็มความละเอียด (ไฟล์ละประมาณ 2-3 MB) … ตอนนี้ต้องมาจ่ายตังค์ใช้เหมือนเดิมแล้ว หลังจากที่ได้ใช้ฟรีเพราะเป็นลูกค้า Broadband ของ AT&T
True Launch Bar
เอาไว้ใส่เมนูตรง Quick Launch ของ Windows ซึ่งทำให้สามารถเข้าถึงโปรแกรมและ Folder ต่างๆได้เร็วขึ้นมาก เคยใช้ Free Launch Bar มาก่อนตอนที่ใช้ Windows XP แต่พอเปลี่ยนมาเป็น Windows Vista ก็เลยซื้อ True Launch Bar ซึ่งเป็นเหมือน Pro Version มา
Google Search
ถ้าไม่มี ก็เหมือนขนาดของอินเตอร์เนตหดเล็กลงซัก 1,000 เท่าได้
MSN Messenger
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ก็ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารประจำภาค ขนาดนั่งทำงานอยู่โต๊ะเดียวกัน บางทียังจะคุยกันผ่านทางนี้เลย ตอนสมัยทำงาน ก็เป็นเครื่องมือสื่อสารประจำที่ทำงาน ขนาดหัวหน้ายังใช้เป็นที่เรียกประชุม
Wikipedia
เอาไว้หาทุกอย่างที่อยากรู้ จริงๆอาจจะรวมไว้กับ Google Search ก็ได้ เพราะเวลาต้องการหาจาก Wikipedia ก็จะเปิดจาก Google แล้วกด link ของ Wikipedia (ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่อันดับแรกๆอยู่แล้ว) … ล่าสุดบริจาคเงินสมทบไปนิดหน่อย ถือเป็นการตอบแทนบ้าง
Firefox
ก็เคยบ่นๆมันไปบ้าง แต่สุดท้ายก็มาลงเอยกับโปรแกรมนี้แบบขาดไม่ได้ … ตอนเรียนอยู่ที่อเมริกา เครื่องคอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัยไม่มี Firefox ให้ใช้ ก็เลยเอา Portable Version ไปใส่ไว้ใน Network Drive ที่สามารถเข้าได้จากทุกเครื่อง ถึงตอนเปิดขึ้นมามันจะช้าอยู่ซักหน่อย แต่ก็ใช้งานได้ดี … ตอนนี้ก็ใช้เป็น Browser หลัก (ถึงแม้จะไม่ตั้งมันเป็น Default Browser ของ Windows ก็ตาม) จะมีใช้ IE ก็ต่อเมื่อเปิดเว็บไทยบางเว็บเท่านั้น (ก็หลายเว็บนะ)
So… What’s Next for 2009
เขียนจากความรู้สึกตัวเอง จากการที่ตามข่าวต่างๆมาตลอด สิ่งที่น่าสนใจก็มีดังนี้
Next-generation Home Entertainment
จริงๆเป็นอะไรที่น่าสนใจมาซักปีสองปีแล้ว แต่ปี 2009 นี่ก็น่าจะเข้าสู่ปีทองของมันจริงๆ ซึ่งพูดถึง Home Entertainment แล้วก็ต้องนับรวมทั้งบ้าน ไม่ได้จำกัดอยู่ที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น โทรทัศน์ เครื่องเสียง DVR คอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย ฯลฯ
แนวโน้มที่น่าสนใจก็เช่นการที่ผู้ผลิตหลายเจ้าเริ่มทำให้โทรทัศน์เป็นอะไรมากกว่าที่เราคุ้นเคยกัน เช่นการใส่บริการ Video On-Demand อย่าง Netflix หรือ Amazon Unbox เข้าไปในตัวโทรทัศน์เลย (ข่าว) หรือจะเป็นการใส่อินเตอร์เนตเข้าไปในโทรทัศน์ และยังรองรับระบบ Yahoo! Widget Engine อีกด้วย (ข่าว)
นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องของ DVR และ Set-top Box ที่ฉลาดและมีความสามารถมากขึ้น อย่างการรองรับ Video On-Demand เป็นต้น
ทางด้านอุปกรณ์เครือข่ายก็ไม่น้อยหน้า อย่างเช่น Netgear ออกผลิตภัณฑ์ที่รวมความสามารถทางด้านเครือข่ายเข้ากับความบันเทิง เช่น Internet TV Player และ Digital Entertainer Elite หรือจะเป็น Media Streamer จาก D-Link
คาดว่าในอนาคตอุปกรณ์เหล่านี้จะเริ่มมีความสามารถที่เหลื่อมกันอย่างมาก จนยากที่จะแยกตัวตนออกอย่างชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคที่มีความต้องการคุณลักษณะเหล่านี้ต้องเรียนรู้มากขึ้น แต่ข้อดีก็คือความยืดหยุ่นที่เราสามารถจับนั่นมาต่อนี่ให้ตรงกับความต้องการของเราได้มากที่สุด หรืออีกทางหนึ่ง ผู้ผลิตขนาดใหญ่อย่างเช่น Sony ก็จะมีออก Complete Entertainment Set ออกมาอย่างแน่นอน ซื้อทั้งชุดก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความเข้ากันได้ และไม่ต้องกังวลเช่นกันว่าจะมีเงินเหลือแค่ไหน (เพราะคงไม่เหลือ)
E-Ink Technology
ช่วงปีที่ผ่านมาก็น่าจะถือว่าเป็นปีที่ใช้ได้สำหรับอุปกรณ์ E-Ink เนื่องจากมีอุปกรณ์จริงวางขายอยู่ทั่วไป มีร้านค้าออนไลน์ที่รองรับ และได้รับการตอบรับในทางที่ดี แต่ปี 2009 นี้ก็น่าจะเป็นปีที่ E-Ink จะโตขึ้นไปอีก … แต่ผมว่าปีทองจริงๆคงต้องอย่างน้อยปี 2010 … มีเรื่องที่น่าจับตามองก็เช่น การเปิดตัวของ Kindle 2 ซึ่งข่าวลือบอกว่าจะออกตั้งแต่ปีที่แล้ว คิดว่าปีนี้คงออกมาจริงๆซะที บริษัทอย่าง Plastic Logic ที่มีเทคโนโลยี E-Ink เป็นของตัวเอง (ผู้ผลิตอื่นๆใช้แผง E-Ink จาก Vizplex กันเกือบทั้งสิ้น) ก็น่าจะออกตัวอย่างของจริงมาได้ภายในปีนี้ (ดูข่าวและวิดีโอ)
Wireless Everything
ทั้ง Wireless HDMI, Wireless USB, Wireless Charger
Smart Phone
ปีนี้ร้อนแน่ๆ ซึ่ง iPhone ที่อยู่ในตลาดมานานเป็นปีแล้วคงต้องเผชิญกับคู่แข่งที่เข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ (รวมไปถึงฝูงเครื่องโทรศัพท์จาก Samsung ด้วย)
ปีนี้คงได้เห็น App Store-like เพิ่มขึ้นอีกซักอย่างน้อย 2-3 ที่ล่ะ (Nokia, Blackberry, Palm)
ส่วนเทคโนโลยีอื่นๆอย่างพวก Netbook นี่เริ่มจะน่าเบื่อแฮะ (ส่วนตัวผมก็ไม่ชอบด้วย เล็กดี แต่ช้ามาก พวกที่ไม่ช้าก็แพงสุดๆ), ส่วน UMPC ที่บางคนทำนายว่าจะดัง ก็ไม่ดังอย่างคาด — ก็มีหลายปัจจัย รวมถึงการเข้ามาของ Smart Phone ด้วย
เชียงคาน – ภูเรือ
ไปเที่ยวทีก็เขียนที สงสัยต้องไปเที่ยวบ่อยๆ blog ถึงจะไม่ร้าง
เป็นการเที่ยวกับครอบครัวแบบสบายๆ ขับรถไปกันเองขึ้นไปเที่ยวที่เชียงคานก่อน พักที่เชียงคาน ฮิล รีสอร์ท ตรงแก่งคุดคู้ แม่น้ำโขง … บรรยากาศตรงนั้นดีมาก อากาศเย็นสบาย มีวิวแม่น้ำโขงให้ชื่นชม ก่อนออกจากเชียงคาน ไปกินร้านอาหารชื่อระเบียงโขง อาหารอร่อยใช้ได้เลย ร้านอยู่ริมโขง วิวดีอีกต่างหาก
จากนั้นก็ไปต่อ ที่ภูเรือ พักที่บ้านธงชัยตรงทางขึ้นไปภูเรือ บรรยากาศของบ้านพักก็ดีทีเดียว เห็นวิวกว้าง บ้านพัก 2 เตียง คืนละ 1500 บาท
วันถัดมาก็เที่ยวอยู่แถวๆนั้น โดยขึ้นไปบนยอดภูเรือก่อนเพื่อดูวิว แต่กลับได้ดูแต่เมฆหมอก ไม่เห็นวิวอะไรเลย ขึ้นไปถึงตอนเที่ยง แต่อากาศก็ยังเย็นอยู่ พอกลับลงมาแล้วก็ไปที่ไร่องุ่น ชาโตว์ เดอ เลย ขับรถวนรอบไร่ของมันนานมาก ซึ่งไม่ค่อยมีอะไรให้ดูเท่าไหร่ ทางก็แคบๆขับได้คันเดียว จอดแวะไม่ค่อยได้ จุดหมายปลายทางมันคือร้านขายไวน์และบรั่นดี ซึ่งคนที่ไปด้วยก็ซื้อกันไปหลายขวด (ผมไม่ชอบกินไวน์)
จากนั้นก็ไป ต่อที่ไร่ T.S.A. ซึ่งมีแปลงผักผลไม้ไว้ขายผล ขายเมล็ดพันธุ์ เดินชมถ่ายรูป ซึ่งพื้นที่ที่ว่านี้ก็เป็นบริเวณไม่ใหญ่มาก ไปแวะนิดๆหน่อยๆก็โอเค แต่ถ้าต้องขับมาไกลก็ไม่คุ้มเดินทาง เหมือนกันกับไร่องุ่น
จากนั้นก็ไปน้ำตกปลาบ่าและน้ำตกสองคอน ซึ่งดูเป็นน้ำตกขนาดใหญ่พอใช้ได้ เพียงแต่ถ้ามันมีน้ำเยอะกว่านี้ซักนิด ก็คงจะดี (ก็เล่นมากลางฤดูแล้ง)
วันถัดมาก็กลับกรุงเทพฯ (จริงๆต้องเป็นสมุทรปราการถึงจะถูก) ก่อนกลับก็แวะพระธาตุศรีสองรักกับวัดเนรมิตรวิปัสสนาที่ อ.ด่านซ้ายก่อน จากนั้นก็กลับผ่านมาทางเพชรบูรณ์ แวะกินขนมจีนเสวยขยุ้มเจ๊แร่ (อร่อยใช้ได้เลย) และก็แวะกินอีกรอบที่วิเชียรบุรีก่อนจะตรงกลับเข้าเมือง (ร่วมกับคนและรถอีกนับล้าน — วันเสาร์ที่ 3)
The Politics Test
ไม่มีอะไรจะเขียน ก็ทำ test ไปวันๆ
| You are a Social Liberal (75% permissive) and an… Economic Moderate (50% permissive) You are best described as a:
Link: The Politics Test on Ok Cupid |




