Sea Sand Song

Panu Tangchalermkul’s blog

Lifestyle

without comments

blog นี้ผมจะเปลี่ยนเป็นเขียนเรื่องเบาๆนะครับ ส่วนเรื่องที่มีสาระหน่อย ผมจะย้ายไปเขียนที่ http://panu.me แทน

สาระก็เช่น technical, programming, business, technology –> จะเปลี่ยนไปเขียนที่ http://panu.me
ไร้สาระก็เช่น photography, travel, rant etc. –> จะเขียนอยู่ที่นี่ http://www.seasandsong.com/

ปล. อย่าถามว่าแยกทำไม ตอบไม่ได้เหมือนกัน

Written by panuta

August 29th, 2009 at 8:45 am

Posted in personal

The dark age of IE6 will end in year 2015

with 7 comments

ตั้งแต่ Youtube ขึ้นคำแนะนำให้คนใช้ Microsoft IE6 เปลี่ยนไปใช้ browser ตัวอื่น ก็เกิดเป็นแรงกระเพื่อมของการต่อต้านการใช้งาน IE6 ในสังคมอินเทอร์เนตทั้งในต่างประเทศและในไทยเอง ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการลุกขึ้นมาต่อต้านการใช้งาน IE6 และผมเชื่อว่ามันไม่ใช่ครั้งสุดท้ายด้วยเช่นกัน … ซึ่งถ้าให้พูดตรงๆ ผมบอกเลยว่าการต่อต้านนี้เกิดผลในทางปฏิบัติน้อยมาก เพราะอะไร?

คนกลุ่มนึงที่ใช้ IE6 นั้นเป็นเพราะพวกเขาใช้งานจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในบริษัท หรือในโรงเรียน ที่ไม่อนุญาตให้ติดตั้งโปรแกรมใดๆลงไป คนกลุ่มนี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้งานไปอย่างนั้น ถึงแม้ว่าคนใช้จะรู้สึกต่อต้านการใช้ IE6 สักแค่ไหนก็ตาม (จริงๆแล้วมีวิธีเลี่ยงนะ ใช้ Firefox Portable สิ)

คนอีกกลุ่มคือคนที่ไม่ได้รับรู้ถึงความลำบากในการพัฒนาเว็บให้ใช้งานได้ใน IE6 ของนักพัฒนา โดยที่คนกลุ่มนี้จะรวมทั้งคนที่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ไม่มากนัก ไปจนถึงคนที่มีความรู้พอสมควร แต่ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้ … คนกลุ่มนี้ส่วนมากจะถือความสะดวกของตนเองเป็นหลัก ทั้งที่บางคนมีความรู้พอที่จะไปดาวน์โหลดโปรแกรมและติดตั้ง แต่ก็ไม่ทำ โดยให้เหตุผลว่าขี้เกียจ ไม่รู้จะทำไปทำไม ที่ใช้ๆอยู่ก็ใช้ได้ดีอยู่แล้ว

เว็บที่มีการรณรงค์ต่อต้านการใช้งาน IE6 ส่วนมากมักจะทำตัวเหนียมอาย ไม่กล้าเตือนผู้ใช้แบบแรงๆมากนัก (ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี การรณรงค์ไม่ควร obtrusive จนเกินไป) โดย deadlock นี้ในความคิดเห็นของผม คงจะคลี่คลายลงด้วยเวลาเท่านั้น

Microsoft Internet Explorer 6 ถูกติดตั้งมากับ Microsoft Windows XP ซึ่งถ้าจะนับช่วงเวลาของการ completely phrase out ของ IE6 ก็ต้องดูจาก Windows XP นี่แหละ จากประสบการณ์ของผม คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งจะมีอายุประมาณ 6 ปี เริ่มนับเวลาตั้งแต่ Windows XP หายไปจากเครื่องที่ซื้อใหม่ (เอาเข้าจริงๆ ตอนนี้ยังไม่หายเลย ทั้งๆที่ Vista ออกมานานแล้ว จน Windows 7 จะออกอยู่รอมร่อแล้วด้วย) เอาเป็นว่านับเป็นเวลาปัจจุบันละกัน … นับไป 6 ปี ก็เท่ากับว่า IE6 จะหายไปจากเมืองไทยประมาณปี 2015 ซึ่งนี่เป็นการคาดเดาของผม เดี๋ยวต้องมาดูกันว่าจะแม่นแค่ไหน

จากสถิติ Truehits เดือน 6 ปี 2009 ผู้ใช้ IE6 คิดเป็น 46.66%

Written by panuta

July 22nd, 2009 at 4:05 am

Posted in personal

กินข้าวกินปลา

without comments

ห่างหายจากการเขียน blog ไปนานมาก เดี๋ยวนี้เขียน blog อย่างกับเป็นนิตยสารรายเดือนอย่างนั้นแหละ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก … (เติมข้ออ้างเอาเอง) จริงๆแล้วช่วงประมาณ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ผมทุ่มเวลาให้กับการพัฒนาเว็บไซต์ขึ้นมาอันนึงอยู่ครับ เว็บไซต์นี้คือ “กินข้าวกินปลา” ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวบรวมร้านอาหาร ค้นหาร้านอาหาร และเขียนบันทึกให้คะแนนร้านอาหารที่ไปกินมา

ถามว่ามีเว็บรวบรวมร้านอาหารอยู่เกลื่อนกลาดทั่วไปอยู่แล้ว ทำไมยังจะทำขึ้นมาอีก … เพราะเว็บนี้มันไม่เหมือนกับเว็บอื่นๆครับ … ไม่เหมือนยังไง? ผมจะอธิบายเป็นข้อๆละกัน

  • เว็บนี้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างที่แทบจะไม่มีเว็บรวบรวมร้านอาหารที่ไหนทำมาก่อน นั่นคือการอนุญาติให้คนที่สมัครสมาชิก (ฟรี) สามารถแก้ไขข้อมูลร้านอาหารได้ตั้งแต่ที่ตั้ง เบอร์โทรศัพท์ รายละเอียดร้านอาหาร การเดินทาง ฯลฯ เสมือนว่าเว็บนี้เป็น Wikipedia สำหรับข้อมูลร้านอาหาร
  • เว็บนี้นอกจากจะเน้นเรื่องการรวบรวมร้านอาหารแล้ว ยังเน้นถึงการค้นหาร้านอาหารอีกด้วย โดยระบบการค้นหานั้นจะซับซ้อนกว่าเว็บรวบรวมร้านอาหารทั่วไป ที่มีให้เลือกเงื่อนไขการค้นหาเพียงไม่กี่อย่าง และไม่มีประโยชน์มากนักในสถานการณ์จริง ระบบการค้นหาของเว็บไซต์กินข้าวกินปลาที่คล้ายคลึงกับเว็บอื่นๆมากที่สุด ก็คือการค้นหาด้วยระบบ tag หรือแถบป้าย ซึ่งจะบ่งบอกลักษณะเฉพาะของร้านอาหารตั้งแต่ประเภทอาหาร บรรยากาศ ย่านที่ตั้ง ฯลฯ
  • อย่างที่พูดไว้บนหัวข้อข้างต้นคือ เว็บนี้เป็นเว็บที่เน้นถึงการค้นหาร้านอาหาร เพราะฉะนั้น ระบบการค้นหาจึงไม่ได้มีอยู่แค่ระบบเดียวเท่านั้น ระบบอื่นๆเช่น การจัดอันดับ “ร้อยอันดับ” ก็ช่วยให้คนที่เข้ามาในเว็บ สามารถเข้าถึงร้านอาหารที่ต้องการได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นแล้ว ผมยังมีแผนการในอนาคตอีกหลายอย่างที่จะช่วยให้คนที่เข้ามาในเว็บ ได้เจอร้านที่น่าสนใจหรือร้านที่ตัวเองต้องการ ได้ในรูปแบบต่างๆ … ลักษณะการค้นหาและนำเสนอข้อมูลแบบนี้ ผมได้ความคิดหลายอย่างมาจากเว็บไซต์เก็บรูปที่ชื่อ Flickr ซึ่งมีวิธีที่น่าสนใจหลายอย่างในการตอบสนองความต้องการของคนที่อยากจะดูรูปสวยๆ เช่นเดียวกันกับเว็บไซต์กินข้าวกินปลาที่พยายามจะสร้างช่องทางหลายๆช่องทาง เพื่อตอบสนองกับความต้องการของคนที่อยากจะหาร้านอาหารน่าสนใจ
  • นอกจากส่วนของการรวบรวมข้อมูลและการค้นหาแล้ว ผมยังทำเว็บไซต์นี้ให้มีส่วนของการเป็นเว็บ Social Network แบบง่ายๆ อีกด้วย นั่นก็เพื่อเป็นฐานในการกระตุ้นการมีส่วนร่วมภายในเว็บไซต์ โดยไม่ใช่เฉพาะการเพิ่มหรือแก้ไขข้อมูลร้านอาหารเท่านั้น ยังรวมไปถึงการเขียนบันทึกและการให้คะแนนร้านอาหารอีกด้วย เพราะข้อมูล 2 อย่างนี้จะเป็นส่วนสำคัญในระบบการค้นหาของเว็บไซต์

นั่นแหละครับ หัวข้อหลักๆที่จะทำให้เว็บนี้ต่างไปจากเว็บอื่นๆทั่วๆไป

ถามว่าผมได้ไอเดียในการทำนี้มาจากไหน … ง่ายๆครับ … ก็เพื่อตอบคำถามสั้นๆ … “แล้วจะไปกินร้านไหนดี?!!”

ตอนนี้สิ่งที่เว็บนี้ต้องการมากที่สุดคือ ขี้ไต้ ครับ … หรือ early adopter … หรือคนกลุ่มเล็กๆที่จะช่วยให้ไฟที่จุดขึ้นมาต่อติด และลุกโชนขึ้นมานั่นเองครับ … (ผมอุปมาอุปมัยเกินไปไหม? เอาง่ายๆ คนที่มาเล่นกับเว็บและบอกต่อนั่นแหละครับ)

เว็บไซต์เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว อยากให้ลองไปใช้กันดู … ถ้าใครเจอปัญหาในการใช้งานอะไรก็บอกผมได้เลยนะครับ หรือเขียนไว้ที่ Google Groups ของเว็บไซต์นี้ก็ได้เหมือนกัน

Written by panuta

June 18th, 2009 at 8:07 am

Posted in personal

Barcamp Bangkok 3

with 3 comments

จบงาน Barcamp Bangkok 3 แล้ว ซึ่งผมก็ได้อะไรมาจากงานนี้มากมาย ไม่ใช่สิ่งของ (แต่ก็มีนะ)

สิ่งที่ผมรู้สึกได้จากงานนี้คือ คนต่างชาติให้ความสนใจกันเยอะมาก ซึ่งก็ทำให้มี session ที่เป็นภาษาอังกฤษมากตามไปด้วย คิดแล้วก็แทบจะครึ่งๆกันเลยทีเดียว ภาษาก็เลยกลายเป็นกำแพงกั้นการถ่ายทอดความรู้อย่างทั่วถึงกับคนไทย (และในทางกลับกันด้วย) ทำให้ผมรู้สึก (อาจจะรู้สึกไปเอง) ว่างาน Barcamp Bangkok นี่เหมือนเป็น 2 งานจัดอยู่ในสถานที่เดียวกัน

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ทำให้งานวันที่ 2 คนมาน้อยกว่าวันแรกแบบเห็นได้ชัด … เพิ่งมาครั้งแรก เจอรูปแบบของงานแบบนี้เข้าไป คิดว่าเสียเวลา? … มาเพียงเพื่ออยากได้บรรยากาศ แค่วันเดียวก็ได้แล้ว จะมาทำไม 2 วัน? … เบื่อ มีแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้ ไม่รู้เรื่องเลย? … ไม่เหมือนอย่างที่คิด (คิดอะไร) ผิดหวัง? … ว้าเหว่ อยากมาเจอสาวน่ารักๆ ชอบคนที่เป็น geeks แต่กลับเจอแต่พวกเดียวกัน? (ที่มีก็มีเจ้าของแล้ว)

Session ที่ผมประทับใจ

  • “Sell advertising on your website for startup” ของคุณ@เจริญ
  • “Anti Crack Coding” ของ CITEC
  • “TEDxBKK” ของ @Robinthailand
  • เกี่ยวกับ Startup ของ @Sean Keener
  • “How can I get to FOWA with no money” โดยคุณ Oil Duocore

Session ที่ต้องกล่าวถึงสักหน่อยก็เช่น

  • Online marketing people meetup โดย Phil ซึ่ง session นี้ไม่ได้เป็น session ของการบรรยาย แต่เป็นการแนะนำให้คนที่อยู่ในวงการเดียวกันได้รู้จักกัน พิธีกรจะคอยถามว่ามีใครในห้องทำงานเกี่ยวกับอันโน้นอันนี้บ้าง ที่เกี่ยวกับ Online Marketing ถามลักษณะของงาน ประสบการณ์ ฯลฯ เป้าหมายหลักไม่ใช่การคุยกันในห้อง แต่เป็นการไปสนทนากันต่อนอกรอบต่างหาก!
  • Lightning Talk ซึ่งเป็น session 1 ชม. ที่ให้ใครออกมาพูดเรื่องอะไรก็ได้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องทางเทคนิค คนละ 5 นาที ใครอยากโฆษณาอะไร มีความในใจอะไร หรือเกร็ดความรู้แปลกๆ สนุกๆ ก็เอามาแบ่งปัน มาพูดกันสนุกๆ … ซึ่งจะสนุกมากเมื่อคนฟังกระโดดเข้ามามีส่วนร่วมในการสนทนา เรียกได้ว่าเป็น Sub-Barcamp ข้างใน Barcamp อีกที
  • SEO Clinic โดย @sajal และ @baramunchies ซึ่ง session นี้จะให้คนเข้าฟังเอาเว็บไซต์ของตัวเองมาถูกชำแหละโดย SEO Expert 2 คน โดยจะดูทั้งการจัดวางหน้า HTML, การใส่ Meta, Title ฯลฯ โดยลองค้นหาจาก Google เดี๋ยวนั้นเลยว่าเว็บไซต์นั้นติดอันดับแรกๆ สำหรับ keyword ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และ Google จะแสดงอะไรในหน้าผลการค้นหา ที่มีผลต่อยอดคนเข้าชมเว็บ และอื่นๆอีกมาก ประเด็นที่น่าสนใจก็คือทุกอย่างไม่ได้มาจาก slide ไม่ได้เตรียมการพูดมา แต่เอาเว็บไซต์จริงๆ ของคนที่อยู่ในห้อง และชำแหละกันให้ฟัง ณ ตรงนั้นเลย!

Written by panuta

May 24th, 2009 at 1:39 pm

Posted in personal

Products I Can’t Live Without

with 2 comments

จากนี่ เลยลองทำดูบ้าง

Gmail
ขาดไม่ได้เลย เพราะมันเป็น email address หลักที่ใช้ และความสามารถเกี่ยวกับการใส่ label ก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นอีกเยอะ นอกจากจะใช้ Gmail ในการติดต่อสื่อสารแล้ว ยังใช้เป็นที่เก็บข้อมูลส่วนตัว และที่จดโน้ตเป็นบางครั้งบางคราวอีกด้วย

Google Reader
เหมือนถูกตัดออกจากอินเตอร์เนตถ้าไม่มี Google Reader

Adobe Photoshop Lightroom
เนื่องจากเป็นคนชอบถ่ายรูป ถ่ายมาก็ต้องแต่งรูป ไม่อย่างนั้นก็เหมือนผู้หญิงไม่แต่งหน้า อาจดูเป็นธรรมชาติ แต่จืด … เคยใช้มาตั้งแต่ version 1 ซึ่งก็ประทับใจพอสมควรกับความสามารถในการทำให้รูปธรรมดา เป็นรูปที่ดูดีขึ้นได้ แต่พอมา version 2 แล้วก็ต้องบอกว่าชีวิตนี้ขาดไม่ได้เลยทีเดียว ก็ซื้อแบบ Educational Discount มาตอนอยู่ที่อเมริกาในราคา $99 (ราคาปกติ $299)

Microsoft Windows Live Photo Gallery
เป็นโปรแกรมฟรีจาก Microsoft ที่เอาไว้ใช้ upload รูปขึ้นไปที่ Flickr … ถามว่าทำไมไม่ใช้ Flickr Uploadr? ก็เพราะเคยใช้แล้ว มันค่อนข้างมีปัญหาเวลา upload ตอนที่มี upload bandwidth น้อยๆ ซึ่งทำให้รูป upload ขึ้นไป แต่โปรแกรมกลับแสดง error บ้าง (ทำให้ upload สะดุด) … เคยลองหลายโปรแกรมที่มีความสามารถในการ upload รูปขึ้นไปที่ Flickr ก็พบว่า Live Photo Gallery นี้สุดยอดแล้ว

Flickr
ไว้เก็บรูปของตัวเองแบบเต็มความละเอียด (ไฟล์ละประมาณ 2-3 MB) … ตอนนี้ต้องมาจ่ายตังค์ใช้เหมือนเดิมแล้ว หลังจากที่ได้ใช้ฟรีเพราะเป็นลูกค้า Broadband ของ AT&T

True Launch Bar
เอาไว้ใส่เมนูตรง Quick Launch ของ Windows ซึ่งทำให้สามารถเข้าถึงโปรแกรมและ Folder ต่างๆได้เร็วขึ้นมาก เคยใช้ Free Launch Bar มาก่อนตอนที่ใช้ Windows XP แต่พอเปลี่ยนมาเป็น Windows Vista ก็เลยซื้อ True Launch Bar ซึ่งเป็นเหมือน Pro Version มา

Google Search
ถ้าไม่มี ก็เหมือนขนาดของอินเตอร์เนตหดเล็กลงซัก 1,000 เท่าได้

MSN Messenger
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ก็ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารประจำภาค ขนาดนั่งทำงานอยู่โต๊ะเดียวกัน บางทียังจะคุยกันผ่านทางนี้เลย ตอนสมัยทำงาน ก็เป็นเครื่องมือสื่อสารประจำที่ทำงาน ขนาดหัวหน้ายังใช้เป็นที่เรียกประชุม

Wikipedia
เอาไว้หาทุกอย่างที่อยากรู้ จริงๆอาจจะรวมไว้กับ Google Search ก็ได้ เพราะเวลาต้องการหาจาก Wikipedia ก็จะเปิดจาก Google แล้วกด link ของ Wikipedia (ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่อันดับแรกๆอยู่แล้ว) … ล่าสุดบริจาคเงินสมทบไปนิดหน่อย ถือเป็นการตอบแทนบ้าง

Firefox
ก็เคยบ่นๆมันไปบ้าง แต่สุดท้ายก็มาลงเอยกับโปรแกรมนี้แบบขาดไม่ได้ … ตอนเรียนอยู่ที่อเมริกา เครื่องคอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัยไม่มี Firefox ให้ใช้ ก็เลยเอา Portable Version ไปใส่ไว้ใน Network Drive ที่สามารถเข้าได้จากทุกเครื่อง ถึงตอนเปิดขึ้นมามันจะช้าอยู่ซักหน่อย แต่ก็ใช้งานได้ดี … ตอนนี้ก็ใช้เป็น Browser หลัก (ถึงแม้จะไม่ตั้งมันเป็น Default Browser ของ Windows ก็ตาม) จะมีใช้ IE ก็ต่อเมื่อเปิดเว็บไทยบางเว็บเท่านั้น (ก็หลายเว็บนะ)

Written by panuta

January 10th, 2009 at 3:12 am

Posted in personal