Sea Sand Song

Panu Tangchalermkul’s blog

ถึงบ้าน

with 3 comments

กลับมาถึงเมืองไทยเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อคืน ก็ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 1 วัน (เกือบๆ 24 ชม.) และถ้าบวกเรื่องความต่างของเวลาไปด้วย ก็ใช้เวลาเดินทางจริงๆวันครึ่งกันเลยทีเดียว

บินออกจากสนามบิน O’Hare ประมาณเที่ยง แล้วก็ไปลงที่สนามบินนาริตะตอนบ่ายสองของที่นั่น ใช้เวลาบินไปประมาณ 13 ชั่วโมง ในระหว่างที่นั่งก็นอนบ้าง อ่านหนังสือบ้าง ดูหนังจบไปเรื่องนึงคือ The Forbidden Kingdom แล้วก็คุยกับคนที่นั่งข้างๆ … จริงๆแล้วต้องบอกว่าคนข้างๆชวนคุยมากกว่า ตอนแรกนี่ก็คุยกันธรรมดา ตามประสาคนที่นั่งข้างๆกัน เค้าเป็นคนเกาหลีที่อพยพมาอเมริกากว่ายี่สิบแล้ว แต่งงานกับคนอเมริกันมีลูกโตๆกัน นี่ก็กลับไปเยี่ยมครอบครัวที่เกาหลี ช่วงกลางๆของการเดินทาง จู่ๆเค้าก็เริ่มถามประมาณว่าคุณเชื่อในพระเจ้าไหม (ผมคิดในใจ “แม่ง… เอาแล้วไง”)

เค้าก็เริ่มพูดถึงว่าพระเจ้าสร้างสรรพสิ่งขึ้นมา เค้าเชื่อในพระเจ้ามาก อย่างโน้นอย่างนี้ ผมฟังและอ่านเรื่องเกี่ยวกับพระเจ้ามาจนพอรู้อะไรๆพอสมควรแล้วน่ะนะ ให้คนอื่นมาพูดให้ฟังอีกนี่น่าเบื่อจะตาย แต่ก็ไม่อยากจะตัดบทไปเลย ก็เลยคุยกับเค้าต่อโดยถามเค้าประมาณว่าอะไรทำให้เค้าเชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริง

เค้าบอกว่าก่อนนั้นเค้าเป็นคนที่อมทุกข์มาก ไม่มีความสุขในชีวิต เต็มไปด้วยความกังวล ไม่มีความสงบในจิตใจ ตอนนั้นถึงเค้าก็จะไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ แต่ก็แค่ไปตามคนอื่นเท่านั้นเอง ตอนที่ไปโบสถ์ เค้าร้องขอพระเจ้าให้ประทานคู่ครองมาให้ ให้เป็นคนที่จะมาขจัดสิ่งเหล่านี้ให้หมดไป มาทำให้ชีวิตเค้ามีความสุขขึ้น ซึ่งอยู่มาวันหนึ่ง เค้าก็ได้จดหมายจากชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ชายคนนี้ได้ที่อยู่มาจากเพื่อนของคนที่นั่งข้างๆผม เขียนมาประมาณว่าสนใจ อยากพบคุยกัน เค้าสองคนก็เลยนัดหมายกันไปเจอกันในงานแต่งงานของคนรู้จักของเค้าคนหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นเค้าก็คบกันมาเรื่อยๆ จนกระทั่งแต่งงานกันไม่นานหลังจากนั้น ผู้ชายมีบอกกับเค้าด้วยว่า “ผมเห็นคุณมีความทุกข์มากเลย ผมจะเป็นคนขจัดมันไปเอง” … คนที่นั่งข้างๆผมเค้าก็เชื่อว่าพระเจ้าประทานสิ่งนี้มาให้ หลังจากเหตุการณ์นั้นเค้าก็เลยกลายเป็นคนอีกคนหนึ่งไปทันที

ประมาณนั้น … หลังจากฟังเรื่องราวหลายอย่างของเค้าจบ (ยังมีเรื่องอีกน่ะนะ แต่คงไม่เขียนเล่า) ผมก็ขอบคุณเค้าที่แบ่งปันประสบการณ์มาให้ แต่ผมก็ยังคิดว่าพระเจ้าไม่มีอยู่จริงอยู่ดีน่ะแหละนะ เค้าก็ไม่คะยั้นคะยอให้เชื่อ คนแบบนี้นี่ผมโอเคเลย คุยกันได้ ความแตกต่างทางความเชื่อนี่เป็นเรื่องปกติ แต่การบังคับหรือคะยั้นคะยอให้คนอื่นเชื่อตามนี่คงต้องบอกให้ไปไกลๆ

ลงที่สนามบินนาริตะ เค้าต้องรีบต่อเครื่องไปลงกรุงโซล ส่วนผมก็เดินเล่นอยู่สนามบินสบายๆ 4 ชั่วโมง นอกจากเดินซื้อของแล้ว ก็ไปหาของกินตรงนั้นด้วย สั่งโซบะร้อนกับเห็ดและสาหร่ายญี่ปุ่นไป เวลาเสิร์ฟ เค้าก็จะมีถ้วยโซบะในน้ำซุป แล้วก็มีเห็ดกับสาหร่ายอยู่ในถ้วยเล็กๆด้านข้าง ทั้งเห็ดทั้งสาหร่ายมันเคลือบด้วยน้ำเหนียวๆ ยืดๆ ก็ไม่รู้ว่ามันต้องกินยังไง เลยโยนมันใส่ลงไปในน้ำซุปทั้งหมดเลย … พอกินแล้วก็รู้สึกแปลกๆ โซบะร้อนๆ กับเห็ดและสาหร่ายเย็นๆ ในน้ำซุปอุ่นๆ -_- เป็นไปได้อาจจะกินผิดวิธี

เดินอยู่ที่สนามบินนาริตะเนี่ย จะบอกว่าไม่มีพนักงานแม้แต่คนเดียวที่คิดว่าผมเป็นคนต่างชาติ ฮ่าๆ ทุกคนพ่นภาษาญี่ปุ่นใส่ผมหมด … มีอยู่คนนึงเค้าก็พูดภาษาญี่ปุ่นกับผมน่ะนะ แต่มันเป็นคำพูดอะไรที่ไม่น่าจะต้องการคำตอบ ผมก็เลยเงียบๆเอาไว้ พอเวลาเค้าทอนเงินมา เค้าก็ยื่นมาให้แบบถือสองมือ ก้มหัวเล็กๆ ประเคนมาให้ ผมก็อึ้งไปเล็กน้อย ในใจคิดว่ามันคงเป็นเรื่องปกติของคนญี่ปุ่น ผมไม่รู้จะทำยังไง จะประเคนรับเหมือนกันก็ไม่ใช่ที่ เพราะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ก็เลยทำแบบที่ทำประจำนั่นก็คือยื่นมือเดียวไปรับน่ะแหละ เค้าก็ดูเหมือนจะอึ้งๆไปนิดๆ แล้วจากนั้นก็พูด Thank you กับผม … เค้าคงรู้แล้วว่าไอ้นี่มันกะเหรี่ยงซักที่ ไม่ใช่คนญี่ปุ่นอะไร ฮ่าๆ

คือมันไม่จบแค่นี้ บนเครื่องจากนาริตะมาที่สุวรรณภูมิ พนักงานบนเครื่องบินที่บริการอยู่โซนที่นั่งของผมนี่เป็นคนไทย (ได้ยินพูดกัน) แต่ตอนที่เค้าพูดกับผมเนี่ย เค้าพูดมาเป็นภาษาอังกฤษ ถึงผมจะรู้อยู่แล้วว่าเค้าเป็นคนไทย แต่ผมก็บ้าจี้ตามตอบเป็นภาษาอังกฤษกลับไปด้วย ฮ่าๆ แล้วทั้งทริปนั้นก็พูดภาษาอังกฤษกันตลอด ไม่ใช่แค่กับพนักงานคนเดียวนะ สองคนเลย เค้าจะคิดว่าผมเป็นคนชาติไหนอยู่นะ อาจจะรู้อยู่แล้วว่าผมเป็นคนไทยก็ได้ แต่คิดว่าคงเป็นคนชาติกระแดะ เลยพูดภาษาอังกฤษด้วยกับผม ให้ผมได้โชว์ความกระแดะ ฮ่าๆ

ให้ตายสิ ไปจีนเค้าก็ว่าเป็นคนจีน ไปญี่ปุ่นเค้าก็ว่าเป็นคนญี่ปุ่น หน้าผมนี่มัน compatible กับชาติเอเชียได้ดีจริงๆ

กลับมาถึงตอนเที่ยงคืน นอนพักผ่อน ตื่นเช้ามามีประกาศภาวะฉุกเฉิน! ฮ่าๆ ประเทศไทย

Written by panuta

September 2nd, 2008 at 3:23 am

Posted in personal

3 Responses to 'ถึงบ้าน'

Subscribe to comments with RSS or TrackBack to 'ถึงบ้าน'.

  1. ยินดีต้อนรับ กลับสู่ไทยแลนด์ แดนที่ไม่เหมือนใคร :mrgreen:
    มาได้จังหวะจริงๆ

    SE7EN

    2 Sep 08 at 4:37 am

  2. Welcome Home…

    การเดินทาง ทำให้ได้ประสบการณ์แปลกๆ เสมอเลยนะครับ
    หลายๆ คนเลยเสพติดการเดินทางไป

    kohsija

    2 Sep 08 at 4:40 am

  3. เอ่อ น่ารักดีจัง คนเกาหลีคนนั้น…นี่ยังดีนะ เจอคนดี ๆ น้าเราเคยแบบคนข้าง ๆ อยู่ดี ๆ หันมาบอกว่า เพิ่งพ้นโทษ…ง่า…
    เรื่องหน้าตานี่ คนจีน ญี่ปุ่น เกาหลี มันก้คล้าย ๆ กันหมดแหล่ะ แยกไม่ออกหรอก

    mariposa

    2 Sep 08 at 9:08 pm

Leave a Reply