incentive for decreasing income tax exemption attempt
ถึงจะไม่มีความรู้เรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่าไหร่นัก แต่ถ้าดูจากบัญชีอัตราภาษีเงินได้จากเว็บของกรมสรรพากรแล้ว ก็เห็นว่าบริษัทต้องจ่ายเงินภาษีถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของกำไรสุทธิ
บริษัทส่วนใหญ่จะทำแทบทุกวิถีทางในการลดภาษีให้เหลือน้อยที่สุด (แต่ก็เคยเห็นบางที่ยินดีจ่ายเต็ม เพื่อให้รัฐนำเอาไปใช้ประโยชน์เหมือนกัน) คิดว่าที่เป็นอย่างนี้เพราะบริษัทเหล่านั้นไม่มีแรงจูงใจในการจ่ายภาษีมากนัก เหมือนจ่ายเงินให้กับความว่างเปล่า ไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมา คือถึงแม้จริงๆแล้วรัฐจะนำเอาเงินเหล่านั้นไปพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ แต่การพัฒนาเหล่านั้นมันก็ดูใหญ่เกินกว่าที่บริษัทๆนึงจะมองเห็นถึงผลลัพธ์ของมัน
ลองถ้าบริษัทเหล่านั้นสามารถเลือกได้ว่าจะให้เงินภาษีของตัวเองไปลงทุนตรงส่วนไหนล่ะ? อาจจะคิดเป็น 20-30% ของเงินภาษีที่ต้องจ่ายทั้งหมด โดยรัฐบาลจะเรียบเรียงโครงการใหญ่ๆที่ต้องการเงินทุน ให้บริษัทได้เลือกจัดสรรเงินภาษีของตัวเองไปลงตรงส่วนนั้น เช่น โครงการรถไฟฟ้า (จริงๆมันเป็นโครงการของ กทม. นะเนี่ย) หรือโครงการด้านการคมนาคมอื่นๆ หรืออาจจะเป็นเรื่องการศึกษา การบริการสาธารณะสุข ฯลฯ โดยจะแยกแบบกว้างๆ ในซักระดับจังหวัดหรือภูมิภาค
จริงอยู่ที่บริษัทก็สามารถเอากำไรที่ได้ไปช่วยเหลือสังคม และเอาเงินส่วนนั้นไปหักภาษี แต่มันไม่เหมือนกันตรงที่ขนาดของการช่วยเหลือนั้นต่างกันมาก บริษัทๆเดียว (หรือไม่กี่บริษัท) จะดำเนินการใหญ่ เช่น การลงทุนด้านการศึกษาในระดับจังหวัดหรือภูมิภาคนี่มันเป็นไปไม่ได้ ซึ่งถ้าจะทำให้เป็นไปได้ ก็ต้องร่วมมือกันหลายองค์กร หลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ไม่มีบริษัทไหนมีเวลาและเงินมากพอจะไปทำ
แต่ถ้าให้รัฐเป็นคนเปิดระดมทุน ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะนั่นรัฐต้องเข้ามามีส่วนแน่นอนแล้ว เอกชนก็ร่วมมือโดยการจัดสรรเงินภาษีลงไปตรงส่วนนั้น โดยที่ไม่มานั่งคุยตกลงกัน ให้รัฐบาลเป็นคนจัดการ
บริษัทก็จะได้เห็นผลลัพธ์ของเงินภาษีตัวเองมากขึ้น เพราะเงินเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในเฉพาะโครงการที่ตัวเองจัดสรรเงินไป และโครงการเหล่านั้นก็อยู่ในระดับที่มองเห็นได้ บางโครงการก็เป็นการได้ประโยชน์ร่วมระหว่างบริษัท รัฐบาล และชุมชน
ถ้าแรงจูงใจนี้ได้ผล รัฐบาลก็ควรจะได้เงินภาษีมากขึ้น เพราะบริษัทจะลดการเลี่ยงภาษี อีกทั้งรัฐบาลก็ยังจะได้เห็นว่าบริษัทส่วนใหญ่ต้องการให้พัฒนาประเทศไปทางไหน วัดจากเงินที่ได้จากส่วนนั้น
ปัญหาคือโครงการต่างๆนั้นต้องไม่เล็กและมีหลายโครงการจนเกินไป โดยที่มีแค่ไม่กี่บริษัทจัดสรรเงินไปตรงส่วนนั้น และโครงการก็จะต้องไม่ใหญ่จนมองไม่เห็นผลลัพธ์ ซึ่งก็จะไม่ต่างอะไรกับแบบเก่า
เงินภาษีที่บริษัทสามารถจัดสรรได้ก็จะเป็นแค่บางส่วนของเงินภาษีที่ต้องจ่ายทั้งหมด เพราะยังมีหลายเรื่องที่รัฐบาลจำเป็นต้องใช้เงิน แต่ผลลัพธ์ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ถ้าให้สัดส่วนของเงินที่จัดสรรได้มากเกินไป รัฐบาลก็จะขาดแคลนเงินที่จะเอามาใช้ในส่วนนี้ไป กลายเป็นปัญหาอื่นๆตามมา
บริษัทที่ไม่ต้องการยุ่งยากเรื่องเหล่านี้ ก็สามารถไม่ร่วมโครงการได้ โดยเงินภาษีทั้งหมดก็จ่ายเข้าสู่ระบบเก่าตามปกติ
พอดีหาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการต่างๆ เจอlinkที่นี่จาก อากู๋ (เกิ้ล) เลยแวะเข้ามาอ่าน
ที่คุณเขียนมาเป็นไอเดียที่ดีมากเลย เห็นด้วยมากเลยค่ะ ไม่ต้องเฉพาะภาษีของบริษัทหรอก ภาษี ภพ 90 91 ก็อยากให้เป็นแบบนี้เหมือนกัน ทุกวันนี้ไม่ค่อยอยากจ่ายภาษีเลย ถ้าเป็นไปอย่างที่คุณบอกได้ จะทุ่มเงินภาษี (พร้อมบริจาคเพิ่ม) ให้กับโครงการรถไฟฟ้าเลย จะได้สร้างกันซะที (มีโครงการมานานแล้ว)
Feline
9 Apr 10 at 2:17 am