showering imagination
สำหรับผมแล้วนั้น ช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดของวัน ก็คงเป็นช่วงอาบน้ำนี่แหละ … ยืนให้น้ำจากฝักบัวไหลผ่านร่างกายไปเรื่อยๆ และคิดจินตนาการถึงสิ่งต่างๆ มีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง แต่ก็เป็นช่วงที่ความคิดนั้นโลดแล่นมากที่สุด จากเรื่องหนึ่งก็คิดต่อไปอีกเรื่องหนึ่งและก็ไปอีกเรื่องหนึ่ง หลายครั้งก็เกิดเป็นไอเดียแปลกๆ สนุกๆ ที่จดเอาไว้รอเวลาและโอกาส บางครั้งก็คิดถึงปัญหาที่ยังค้างคาอยู่ของงานที่ทำ บ้างก็จินตนาการเรื่อยเปื่อย คิดถึงสิ่งที่อยากทำในอนาคตบ้าง สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตบ้าง คละเคล้าปนเปกันไปในแต่ละวัน … ถ้าจะลองย้อนทบทวนดูแล้ว ก็คงพบว่าแต่ละวันนี่ไม่ซ้ำกันเลย
เป็นช่วงเวลาที่มีลักษณะคล้ายกับช่วงที่นอนหลับฝันนะ ตรงที่ความคิดและจินตนาการมันโลดแล่นอย่างมีชีวิตชีวา เพียงแต่ว่าในความฝันนั้น เราไม่รู้ว่าเราจะเริ่มฝันด้วยเรื่องอะไร และจบด้วยเรื่องอะไร (นอกจากจะเป็นคนที่ฝึก Lucid Dream) นอกจากนั้นเมื่อเราตื่นขึ้นมา เพียงไม่นานเราก็ลืมเลือนมันไป
ผมชอบอาบน้ำจากฝักบัว มากกว่าอาบน้ำในอ่างแบบคนญี่ปุ่น หรือจะใช้ขันตักแบบสมัยก่อน มันทำให้เราไม่ต้องไปเพ่งสมาธิกับจุดอื่นนอกจากยืนเฉยๆ และปล่อยให้น้ำมันไหลผ่านไป … การที่มีสายน้ำไหลผ่านนั้นก็รู้สึกเหมือนเป็นการกระตุ้นความคิดให้มันไหลออกมาด้วย นอกจากความสดชื่นที่สายน้ำมอบให้กับความคิดและร่างกายแล้ว
ไม่ต้องบอกก็คงเดาไม่ยากว่าผมชอบไปยืนใต้น้ำตกมากแค่ไหน … (ยกเว้นพวกน้ำตกสูงๆ นั่นเรียกว่าฆ่าตัวตายแล้ว ฮ่าๆ … แต่จะว่าไป พวกน้ำตกสูงๆมันก็ไม่มีที่ให้ยืนใต้น้ำตกหรอก)
เวลาว่ายน้ำก็ได้ความรู้สึกเดียวกันนะ
ค่อยๆ ว่าย เคลื่อนไหวเป็นจังหวะ รู้สึกถึงสายน้ำที่กระทบผิวผ่านตัวเราไป
ว่ายเสร็จขึ้นมาแล้ว สดชื่นทีเดียว
mameou
9 May 08 at 11:20 pm
mameou – ผมว่ายน้ำไม่เป็น
แต่ก็พอถูๆไถๆว่ายไปได้นะ ไม่กลัวน้ำ แต่ถ้าต้องไปปลดปล่อยสมาธิคิดเรื่องอื่นนี่ทำไม่ได้ ฮ่าๆ … ถ้าว่ายน้ำได้พอสมควร ก็เป็นไอเดียที่ไม่เลว
ดูแล้วน่าจะชอบไปว่ายน้ำนะ ใช่ไหม?
panuta
11 May 08 at 4:54 pm