จากบทความในเว็บ A List Apart ที่มีชื่อเก๋ๆว่า Community: From Little Things, Big Things Grow เขียนโดย George Oates คนออกแบบเว็บ flickr
บทความนี้พูดถึงการสร้าง community ขึ้นมาในเว็บ flickr ซึ่งเป็นเว็บหนึ่งที่มีชุมชนที่มีความกระตือรือร้นและเข้มแข็งพอสมควรเลยทีเดียว โดยจะเห็นได้จากการตั้งกลุ่มต่างๆ ขึ้นมามากมายภายในเว็บ การแสดงความเห็นต่างๆ และการพูดคุยกันในกระดานสนทนา เป็นเว็บสำหรับคนรักการถ่ายรูปหรือชอบดูรูปที่ไม่เงียบเหงาเลย
การจะสร้างชุมชนขนาดนั้นขึ้นมาได้ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ข้ามคืน มันเป็นสิ่งที่ต้องใช้ทั้งเวลาและความสามารถ ก่อตั้งรากฐานที่มั่นคง และตัวยึดจับที่เหนียวแน่น ภายในบทความพูดถึงแง่มุมหลายมุมเกี่ยวกับการสร้างชุมชนที่คนใช้ flickr บางคนอาจจะสังเกตุได้ แต่บางคนอาจจะไม่รู้ตัว อย่างเช่นการใช้ภาษาในส่วนของ user interface ที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ หรือการตั้งกฏอย่างหลวมๆ และเขียนกฏนั้นด้วยภาษาที่สามารถอ่านเข้าใจได้ง่าย ฯลฯ แต่แง่มุมสำคัญของบทความเลยก็คือ การปล่อยให้ผู้ใช้ได้ปลดปล่อยจินตนาการออกมา ให้ผู้ใช้รู้สึกสนุกเมื่อได้เล่น เมื่อได้ลอง … ตรงนี้เป็นเรื่องทั้งทางเทคนิคและทางสังคมที่จะต้องเสริมซึ่งกันและกัน
ในบทความยังพูดถึงว่า การสร้างชุมชนขึ้นมานั้น ต้องค่อยๆสร้างด้วยความระมัดระวัง และต้องคอยดูแลอยู่เสมอๆ ถึงจะไม่ได้ไปกำกับว่าต้องทำอะไรยังไง แต่ก็ต้องคอยสังเกตุสิ่งผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้น คนที่จะมาดูแลตรงนี้ต้องมีทักษะในการสื่อสารค่อนข้างสูง และมีความสามารถในการโน้มน้าวชักจูงอีกด้วย
ถ้าจะสร้างชุมชนแบบนี้ขึ้นมาในไทยก็ไม่รู้จะเป็นยังไงนะ เว็บเกี่ยวกับการถ่ายรูปที่คนไทยใช้ก็มีอยู่หลายเว็บ ทั้ง Multiply, 2how, Pantip ห้องกล้อง, ThaiDPhoto ฯลฯ หลายที่ก็เป็นในแนวเว็บบอร์ด มีที่ Multiply ซึ่งเป็นเว็บ Social Network คนถ่ายรูปหลายคนไปปักหลักกันที่ Multiply ทั้งๆที่เมื่อเทียบกันแล้ว flickr มีอะไรที่เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายรูปมากกว่าเยอะ (มาก) … แต่ด้วยความที่ flickr จำกัดปริมาณรูปสำหรับการใช้แบบฟรี และมีคนไทยจำนวนไม่มากที่ใช้ flickr ก็เลยทำให้ Multiply กลายเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า … อีกอย่างนึงคือ flickr จัดการรูปโดยใช้ระบบ Collection และ Set ซึ่งน่าจะสร้างความฉงนให้กับคนที่คุ้นเคยกับระบบ Album อยู่พอสมควรในช่วงแรกๆ (เรื่องภาษานี่ไม่แน่ใจว่าเป็นส่วนในการตัดสินใจแค่ไหน แต่คิดว่าไม่เยอะมาก เพราะ Multiply ที่มีปัญหาในการแสดงภาษาไทยพอสมควรในช่วงแรกๆ ก็ยังมีคนไปใช้เลย)
สมมุติว่าอยู่มาวันหนึ่ง มีเว็บที่เหมือนกับ flickr เปี๊ยบ เกิดขึ้นมาในประเทศไทย จะมีคนใช้แค่ไหนนะ แล้วจะมีสักกี่คนที่ยอมจ่ายค่าบริการ … คาดว่าคงจะมาเขียนเรื่องเว็บประเภทนี้ในประเทศไทยอีกทีหนึ่ง
บทความเกี่ยวกับ flickr นี่เจอมาจาก Is Flickr Worth $4-Billion? ซึ่งเป็นบทความที่ค่อนข้าง short-sight ในความคิดผม อย่าไปอ่านมันเลย

5 responses so far ↓
1 SE7EN // May 10, 2008 at 9:03 am
flickr นี่ติดตรงเรื่อง 200 รูปนี่แหละ ไม่อยากเสียตัง งก
ส่วน multiply เข้าใจว่า ถ้าไม่มีคนสั่งปรินท์กับมัน(เสียตัง) ภายใน 6 เดือน รูปขนาดใหญ่(หรือออริจินัล) จะถูกลบ? (ไม่รู้ตอนนี้เปลี่ยนรึยัง เคยเข้าไปดูนานมาแล้ว) ก็แปลกใจว่าทำไมคนยังชอบใฃ้กัน
เพราะสำหรับไนซ์ ถ้ารูปถูกลบก็เหมือนเสียแรงอัพโหลด เพราะอยากเก็บรูปเบิ้มๆด้วย
multiplyอาจจพถูกใจคนไทยที่รักการถ่ายภาพมากกว่า flickr ตรงที่
- personalized, สกินบอกตัวตน
- รวม blog, etc ไปด้วย ไม่ใช่ photo sharing อย่างเดียว
- ดูได้ว่าใครเข้าไปดูรูปไหน หน้าไหนบ้าง
2 Chengings // May 10, 2008 at 10:39 am
ส่วนตัวอยากได้เว็บแบบ Flickr ในไทยมากเลย เวลาเปิดดูรูปจะได้เร็วขึ้น
3 การ์ตูน // May 11, 2008 at 4:03 am
แอบตามลิงค์มาเยี่ยมครั้งแรกขอรับ
4 xinexo // May 11, 2008 at 11:52 am
ขอบคุณสำหรับ link ครับ น่าสนใจมากเลย
5 panuta // May 11, 2008 at 4:46 pm
SE7EN - เคยอ่านเจอเรื่อง 6 เดือนนั้นเหมือนกัน แต่ลองเข้าไปหาใหม่นี่ก็ไม่เห็นแล้วนะ … รูปเดิมๆของผมที่เคย upload แบบ hi-res นี่ตอนนี้ก็เหลือดูได้แค่แบบธรรมดาๆ มันไม่ได้ถูกลบไปเลย
ถ้าอยากเก็บรูปใหญ่ๆนี่ เสียค่าบริการของ flickr ดีกว่า (ปีนึงพันบาท คุ้มมาก) หรือลองของที่นี่ดูก็ได้ Zooomr
Chengings - แหม จะได้เร็วขึ้นอย่างเดียวเลยหรอครับ
การ์ตูน - ผมก็นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ roigoo นี่เอง ผมตามอ่านการ์ตูนในนั้นอยู่เรื่อยๆนะ ขำดี ชอบมาก (อยากให้เว็บนั้นมี feed นะครับ จะได้ตามอ่านได้สะดวกขึ้น)
xinexo - อืม บทความอันแรกที่ผมพูดถึงนั่นน่าสนใจจริงๆครับ
Leave a Comment