Sea Sand Song

Panu Tangchalermkul’s blog

Sea Sand Song header image 1

The Founder’s Dilemma

March 19th, 2008 · 2 Comments

เมื่อวันก่อนต้องทำรายงานสรุปบทความจากนิตยสารธุรกิจอะไรก็ได้ ก็เลยนึกถึงเรื่องหนึ่งที่อ่านจาก Harvard Business Review ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ คือเรื่อง The Founder’s Dilemma ซึ่งผมว่าน่าสนใจทีเดียว เนื้อหาของบทความนี้จะเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ Start-up ในสหรัฐฯ

ให้สรุปเลยก็คือ ผู้ก่อตั้งบริษัท start-up ในสหรัฐฯ ต้องตัดสินใจระหว่างจะเป็น King ในบริษัท หรือจะเป็น Rich จากบริษัทที่ตัวเองก่อตั้ง

ผู้ก่อตั้งเหล่านี้ส่วนมากแล้วจะมาทางสายวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์งานออกมาเป็นสินค้าหรือบริการ แต่ไม่ชำนาญในด้านการบริหารจัดการองค์กรธุรกิจมากนัก การขาดซึ่งความชำนาญในด้านนี้ไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ในช่วงแรกของการก่อตั้ง ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องเน้นการเข็นสินค้าหรือบริการออกมาสู่ท้องตลาด แต่เมื่อมีสินค้าหรือบริการออกมาแล้ว การบริหารจัดการในบริษัทจะซับซ้อนขึ้นอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งเรื่องของ การเงิน การบัญชี การตลาด ส่งเสริมการขาย บริการหลังการขาย ฯลฯ

จะว่าไปแล้ว มันก็ไม่ถึงกับว่าจะจัดการไม่ได้ และทำให้บริษัทต้องล้มไป แต่คนที่ทำให้ผู้ก่อตั้งต้องตัดสินใจระหว่าง King กับ Rich ก็คือ Investor ที่มาลงทุนในบริษัทนั้นๆ

start-up ในสหรัฐฯ จะพึ่งนักลงทุน หรือ Investor เป็นอย่างมาก นักลงทุนในที่นี้อาจจะเป็นบริษัทพวก Venture Capital หรืออาจจะเป็น Angel Investor ก็ได้ โดยผลตอบแทนจากการลงทุนก็จะแล้วแต่ตกลงกัน เช่นส่วนแบ่งจากกำไร ที่นั่งในบอร์ดบริหาร ฯลฯ โดยไม่จำกัดอยู่ที่การจ่ายเป็นงวดๆ พร้อมดอกเบี้ย

Investor เหล่านี้ส่วนมากแล้วไม่ได้ลงเงินอย่างเดียว แต่จะลงแรงบางส่วนด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะทำให้บริษัทประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อบริษัทประสบความสำเร็จ เงินก็ตามมา และนั่นก็เป็นสาเหตุให้ Investor อยากจะเปลี่ยนตัวผู้บริหาร จากผู้ก่อตั้งไปเป็นนักบริหารที่แท้จริง เพื่อให้บริษัทสามารถดำเงินงานภายใต้แนวคิด wealth-maximization

ในบทความเค้าได้สำรวจมาว่า เมื่อผู้ก่อตั้งยอมลงจากเก้าอี้ และเอานักบริหารมาแทน บริษัทจะเติบโตเร็วขึ้น และทำเงินให้กับผู้ก่อตั้งได้มากกว่าที่ผู้ก่อตั้งจะสามารถทำได้ด้วยตัวเอง นั่นก็คือการตัดสินใจว่าจะเป็น King โดยนั่งเก้าอี้ผู้บริหารต่อ หรือจะเป็น Rich โดยยอมลงจากเก้าอี้นั่นเอง

มองอย่างนี้แล้ว อาจจะดูว่ามันไม่ได้เป็นตัวเลือกที่ยากอะไร ใครๆก็อยากเป็นคนรวย แต่จากการสำรวจแล้ว ผู้ก่อตั้งหลายคนกลับไม่ยินดีที่จะลงจากเก้าอี้มากนัก นั่นก็เพราะการยึดติดกับบริษัทที่ตัวเองสร้างขึ้นมากับมือ และดูแลมาเหมือนลูกในไส้ การจะยกให้คนอื่นไปนั้น ดูจะไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจะใช้ทุกวิถีทางในการดันผู้ก่อตั้งเหล่านี้ลงจากตำแหน่งให้ได้ เช่น การไม่ลงทุนต่อถ้าไม่ได้ที่นั่งในบอร์ดบริหาร ซึ่งการได้ที่นั่งในบอร์ดบริหารเกินครึ่ง นั่นก็หมายความว่าการตัดสินใจถูกเปลี่ยนไปอยู่ในมือของนักลงทุนเรียบร้อยแล้ว ผู้ก่อตั้งที่ต่อต้านเรื่องนี้ ก็จะต้องเลือกที่จะไม่รับเงินจากนักลงทุน หรืออาจจะรับในปริมาณที่น้อยกว่ามาก เพื่อแลกกับการคงอำนาจในบอร์ดบริหาร

น้อยยิ่งกว่าน้อยที่จะมีสักคนสามารถผลักดันให้บริษัทก้าวขึ้นมาเป็นยักษ์โดยที่ตัวเองยังดำรงตำแหน่งอยู่ งานเลี้ยงฉลองการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ หรืองานเลี้ยงฉลองการเปิดการขายหุ้น ดูจะเป็นงานเลี้ยงอำลาตำแหน่งของผู้ก่อตั้งเหล่านั้น มีประโยคเด็ดๆ ที่ผมจะยกมาจากในบทความ เป็นคำพูดที่นักลงทุนต้องการพูดกับผู้ก่อตั้งในงานเลี้ยงฉลอง

“Congrats, you’re success! Sorry, you’re fired.”

Category: business

2 responses so far ↓

  • 1 SE7EN // Mar 19, 2008 at 11:55 am

    ไม่รู้จะคอมเมนต์อะไร แต่อยากบอกว่าโพสต์นี้ดีค่ะ :wink:

  • 2 panuta // Mar 19, 2008 at 12:29 pm

    SE7EN - ขอบคุณครับ กำลังใจก็เพียงพอ :mrgreen:

Leave a Comment

คำเตือน! กรุณาอย่าใส่เครื่องหมาย < (น้อยกว่า) หรือ > (มากกว่า) ยกเว้นเป็น link