<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>Comments on: คนดีในศาสนา</title>
	<atom:link href="http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
	<description>Panu Tangchalermkul's blog</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Mar 2010 14:30:43 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
		<item>
		<title>By: กระเจี๊ยบ...จ๊ะ</title>
		<link>http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/comment-page-1/#comment-11211</link>
		<dc:creator>กระเจี๊ยบ...จ๊ะ</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2009 16:08:25 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/#comment-11211</guid>
		<description>:oops:  นู๋...ไปวัดบ่อยมาก ส่วนใหญ่จะไปตอนเช้า...เอาปิ่นโตไปถวาย พอพระฉัณเช้าเสร็จนู๋ก็กลับ  แต่มีวันหนึ่ง...พอพระฉัณเช้าเสร็จ เจ้าอาวาสก็พูดให้ฟังว่า....พระในวัด เขาไม่อยากได้ตังค์  แต่เขาอยากให้ชาวบ้านมาวัดมากกว่า  เพราะเดี๋ยวนี้แทบจะไม่เห็นคนเข้าวัดเลย (น่าสงสารมากค่ะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p> <img src='http://www.seasandsong.com/wp-includes/images/smilies/icon_redface.gif' alt=':oops:' class='wp-smiley' />   นู๋&#8230;ไปวัดบ่อยมาก ส่วนใหญ่จะไปตอนเช้า&#8230;เอาปิ่นโตไปถวาย พอพระฉัณเช้าเสร็จนู๋ก็กลับ  แต่มีวันหนึ่ง&#8230;พอพระฉัณเช้าเสร็จ เจ้าอาวาสก็พูดให้ฟังว่า&#8230;.พระในวัด เขาไม่อยากได้ตังค์  แต่เขาอยากให้ชาวบ้านมาวัดมากกว่า  เพราะเดี๋ยวนี้แทบจะไม่เห็นคนเข้าวัดเลย (น่าสงสารมากค่ะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ประชา บัววัด</title>
		<link>http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/comment-page-1/#comment-6225</link>
		<dc:creator>ประชา บัววัด</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Oct 2008 14:31:43 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/#comment-6225</guid>
		<description>ความจริงที่แตกต่าง ทำให้นักปรัชญาแบ่งออกเป็นกลุ่ม
สูงสุดของความจริง ก็อาจจะไม่ไช่ตรรกะ
นักปรัชญาต่างมุ้งนำความรู้ที่ตนมีไปสู่บุคคลส่วนใหญ่หาได้เพื่อตนเองไม่
การศึกษาหลายๆศาสตร์อาจทำให้มีมุมมองเพิ่มมากขึ้น
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับ ไป</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ความจริงที่แตกต่าง ทำให้นักปรัชญาแบ่งออกเป็นกลุ่ม<br />
สูงสุดของความจริง ก็อาจจะไม่ไช่ตรรกะ<br />
นักปรัชญาต่างมุ้งนำความรู้ที่ตนมีไปสู่บุคคลส่วนใหญ่หาได้เพื่อตนเองไม่<br />
การศึกษาหลายๆศาสตร์อาจทำให้มีมุมมองเพิ่มมากขึ้น<br />
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับ ไป</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ผ่านมาพอดิบพอดี</title>
		<link>http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/comment-page-1/#comment-4123</link>
		<dc:creator>ผ่านมาพอดิบพอดี</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 Dec 2007 05:59:57 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/#comment-4123</guid>
		<description>ถ้าปัจจัยกระทบคล้ายๆกัน ถ้าทำซ้ำอีกครั้งมันก็คล้ายๆกันน่ะหล่ะ
โลกเราซับซ้อนขนาดนี้ และที่คงอยู่ถึงทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น และต่อให้ลองอีกครั้ง โลกก็ยังอยู่เหมือนเดิม
ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้ดับสลายไปแต่อย่างไร</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าปัจจัยกระทบคล้ายๆกัน ถ้าทำซ้ำอีกครั้งมันก็คล้ายๆกันน่ะหล่ะ<br />
โลกเราซับซ้อนขนาดนี้ และที่คงอยู่ถึงทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ<br />
แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น และต่อให้ลองอีกครั้ง โลกก็ยังอยู่เหมือนเดิม<br />
ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้ดับสลายไปแต่อย่างไร</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: kumint`</title>
		<link>http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/comment-page-1/#comment-4031</link>
		<dc:creator>kumint`</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Nov 2007 07:45:00 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/#comment-4031</guid>
		<description>...
..
.

การเมือง และ ศาสนาคือปัญหาโลกแตก

ห้ามออกความคิดเห็นเกิน 2 คน   :idea: 

...</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>&#8230;<br />
..<br />
.</p>
<p>การเมือง และ ศาสนาคือปัญหาโลกแตก</p>
<p>ห้ามออกความคิดเห็นเกิน 2 คน   <img src='http://www.seasandsong.com/wp-includes/images/smilies/icon_idea.gif' alt=':idea:' class='wp-smiley' />  </p>
<p>&#8230;</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: deans4j</title>
		<link>http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/comment-page-1/#comment-4030</link>
		<dc:creator>deans4j</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Nov 2007 11:14:38 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/#comment-4030</guid>
		<description>ครับผม ไว้คุยเรื่องนี้กันใหม่เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นละกันครับผม  :razz: 

ผมทิ้งท้ายไว้ละกันครับ

คุณ panuta เชื่อทฤษฏี butterfly effect หรือเปล่า? สิ่งที่ซับซ้อนขนาดโลกเราทั้งใบ จักรวาลทั้งหมดยัง maintain ตัวเองอยู่ได้เป็นล้านปีด้วยโชคอย่างมีแบบแผน สำหรับผมแล้วผมว่ามันเป็น sample space ที่มากกว่าล้านๆๆๆๆๆๆ เยอะเลยครับ : )

ขอปิดประเด็นครับ  :mrgreen:</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ครับผม ไว้คุยเรื่องนี้กันใหม่เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นละกันครับผม  <img src='http://www.seasandsong.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':razz:' class='wp-smiley' />  </p>
<p>ผมทิ้งท้ายไว้ละกันครับ</p>
<p>คุณ panuta เชื่อทฤษฏี butterfly effect หรือเปล่า? สิ่งที่ซับซ้อนขนาดโลกเราทั้งใบ จักรวาลทั้งหมดยัง maintain ตัวเองอยู่ได้เป็นล้านปีด้วยโชคอย่างมีแบบแผน สำหรับผมแล้วผมว่ามันเป็น sample space ที่มากกว่าล้านๆๆๆๆๆๆ เยอะเลยครับ : )</p>
<p>ขอปิดประเด็นครับ  <img src='http://www.seasandsong.com/wp-includes/images/smilies/icon_mrgreen.gif' alt=':mrgreen:' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: panuta</title>
		<link>http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/comment-page-1/#comment-4029</link>
		<dc:creator>panuta</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Nov 2007 06:17:51 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/#comment-4029</guid>
		<description>ไม่ได้จะหายไปหรอกครับ แค่เมื่อวานมันมึนๆหัว ให้มาเขียนตอบก็คงจะเบลอๆเอา (มึนหัว เพราะมัวแต่เล่นเกม)

ก็พอเข้าใจนะครับว่า สิ่งที่เราเห็นอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ แทบจะเป็นความบังเอิญที่เหลือเชื่อจริงๆ (ถ้าเชื่อว่ามันเกิดจากความบังเอิญ) แต่ถามว่า ตัวแปรมันต้อง perfect ทุกอย่าง จึงเกิดสภาพอย่างทุกวันนี้จริงหรือ? เป็นไปได้ไหมว่า ค่า g อาจเป็นได้ตั้งแต่ 8-10 ก็สามารถให้ผลลัพธ์อย่างนี้ได้เหมือนกัน หรือโลกจะขยับไปอีกกิโล สองกิโล ถ้ามันยังโคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่ ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกันมากนัก และจักรวาลนี้มันก็ใหญ่มากๆ จนอาจจะพูดได้ว่า โลกเราเป็นแค่ 1 ในล้านๆๆๆๆๆ ของโอกาสทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นได้ ... มีโอกาสเยอะขนาดนี้ การเกิดโลกขึ้นมา ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่บังเอิญเกินไปนัก

ผมไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไรหรอกนะครับ ไม่รู้สึกว่ามาขายอะไรด้วย จริงๆอยากขอบคุณที่ทำให้ผมได้เห็นคนที่เชื่อในพระเจ้าในอีกรูปแบบหนึ่งด้วยซ้ำ ซึ่งผมไม่คิดมาก่อนว่ามีแบบนี้ เป็นมุมนึงที่ผมมองแคบเกินไป

ปล. ถึงยังไงผมก็ยังเชื่อในความคิดของผมอยู่ (ไม่ได้หมายความว่า ผมคิดว่าคุณ deans4j พยายามทำให้ผมเปลี่ยนความเชื่ออะไรหรอกนะ แค่พูดถึงเฉยๆ)</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ได้จะหายไปหรอกครับ แค่เมื่อวานมันมึนๆหัว ให้มาเขียนตอบก็คงจะเบลอๆเอา (มึนหัว เพราะมัวแต่เล่นเกม)</p>
<p>ก็พอเข้าใจนะครับว่า สิ่งที่เราเห็นอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ แทบจะเป็นความบังเอิญที่เหลือเชื่อจริงๆ (ถ้าเชื่อว่ามันเกิดจากความบังเอิญ) แต่ถามว่า ตัวแปรมันต้อง perfect ทุกอย่าง จึงเกิดสภาพอย่างทุกวันนี้จริงหรือ? เป็นไปได้ไหมว่า ค่า g อาจเป็นได้ตั้งแต่ 8-10 ก็สามารถให้ผลลัพธ์อย่างนี้ได้เหมือนกัน หรือโลกจะขยับไปอีกกิโล สองกิโล ถ้ามันยังโคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่ ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกันมากนัก และจักรวาลนี้มันก็ใหญ่มากๆ จนอาจจะพูดได้ว่า โลกเราเป็นแค่ 1 ในล้านๆๆๆๆๆ ของโอกาสทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นได้ &#8230; มีโอกาสเยอะขนาดนี้ การเกิดโลกขึ้นมา ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่บังเอิญเกินไปนัก</p>
<p>ผมไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไรหรอกนะครับ ไม่รู้สึกว่ามาขายอะไรด้วย จริงๆอยากขอบคุณที่ทำให้ผมได้เห็นคนที่เชื่อในพระเจ้าในอีกรูปแบบหนึ่งด้วยซ้ำ ซึ่งผมไม่คิดมาก่อนว่ามีแบบนี้ เป็นมุมนึงที่ผมมองแคบเกินไป</p>
<p>ปล. ถึงยังไงผมก็ยังเชื่อในความคิดของผมอยู่ (ไม่ได้หมายความว่า ผมคิดว่าคุณ deans4j พยายามทำให้ผมเปลี่ยนความเชื่ออะไรหรอกนะ แค่พูดถึงเฉยๆ)</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: deans4j</title>
		<link>http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/comment-page-1/#comment-4028</link>
		<dc:creator>deans4j</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Nov 2007 00:00:11 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/#comment-4028</guid>
		<description>เงียบไปเลยครับ ถ้าคำพูดผมทำให้รู้สึกไม่ดี ผมขอโทษด้วยนะครับ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

อย่างที่ผมบอกนะครับ ว่าผมไม่ได้มาขายอะไร แค่อยากให้เห็นมุมมองฝั่งคนเชื่อในตัวตนของพระเจ้าบ้าง เพราะที่ผ่านมาบางคนอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องงมงาย ไร้สาระ และไม่มีเหตผล

ถ้าพอเข้าใจ (ไม่ต้องเห็นด้วยก็ได้) ในสิ่งที่ผมพูดไปก็น่าจะรับรู้ได้ว่า จริงๆ แล้วมันก็มีตรรกะในการเชื่อที่ make sense สำหรับคนๆ นึง มันไม่ใช่เรื่องงมงายไม่มีเหตผล บางทีคนที่เชื่ออาจจะให้เวลาและคิดอย่างจริงจังกว่าด้วยซ้ำ

ยินดีที่ได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดกันครับ

สันตินะครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เงียบไปเลยครับ ถ้าคำพูดผมทำให้รู้สึกไม่ดี ผมขอโทษด้วยนะครับ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ</p>
<p>อย่างที่ผมบอกนะครับ ว่าผมไม่ได้มาขายอะไร แค่อยากให้เห็นมุมมองฝั่งคนเชื่อในตัวตนของพระเจ้าบ้าง เพราะที่ผ่านมาบางคนอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องงมงาย ไร้สาระ และไม่มีเหตผล</p>
<p>ถ้าพอเข้าใจ (ไม่ต้องเห็นด้วยก็ได้) ในสิ่งที่ผมพูดไปก็น่าจะรับรู้ได้ว่า จริงๆ แล้วมันก็มีตรรกะในการเชื่อที่ make sense สำหรับคนๆ นึง มันไม่ใช่เรื่องงมงายไม่มีเหตผล บางทีคนที่เชื่ออาจจะให้เวลาและคิดอย่างจริงจังกว่าด้วยซ้ำ</p>
<p>ยินดีที่ได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดกันครับ</p>
<p>สันตินะครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: deans4j</title>
		<link>http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/comment-page-1/#comment-4026</link>
		<dc:creator>deans4j</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Nov 2007 06:15:51 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/#comment-4026</guid>
		<description>โอเคครับ สรุปว่าคุณเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างในศาสนาพุทธ อย่างนี้ผมเรียกว่าการ &quot;นับถือ&quot; นะ ไม่ได้เรียกว่า &quot;ศรัทธา&quot; เพราะศรัทธาคือการเชื่อมั่นและปฏิบัติครับ

เอาทีละประเด็นนะครับ ผมไม่ได้ต้องการจะบอกว่ามนุษย์ซับซ้อนเกินกว่าธรรมชาติจะสร้างได้หรอกครับ ผมแค่อยากจะชี้ให้เห็นว่าที่เราแตกต่างนั้นเป็นเพราะอะไรต่างหาก 

ถ้าพระเจ้ามีอยู่จริง ทำไมถึงสร้างให้เรามีทางเลือกในการใช้ชีวิต ในการณ์นั้นพระองค์มีจุดประสงค์อะไร ถ้าพระเจ้าจะสร้างสิ่งใดแล้วทำให้มันเคารพพระเจ้าตลอดเวลา ทำแต่ความดี เกรงกลัวบาป แน่นอนเรื่องแค่นี้พระเจ้าซะอย่างทำได้อยู่แล้ว ถูกมั้ยครับ แต่การที่เรามีทางเลือกแสดงว่า ....?

นี่เป็นคำถามครับที่เกิดขึ้นกับผม ผมเลยเอามาถามดูบ้างครับว่าเคยมีอารมณ์ประยุกต์ตรรกะแบบนี้หรือเปล่าเท่านั้นเอง

เรื่องกำเนิดพระเจ้า ใครสร้างพระเจ้า คงต้องไล่กางตำราดูนิยามพระเจ้าของแต่ละศาสนาเทวนิยมครับ แต่อย่าลืมนะครับ พระเจ้าที่แท้จริงเป็นผู้สร้างทุกอย่าง พระองค์นั้นย่อมดำรงอยู่ได้โดยไม่ขึ้นกับสิ่งถูกสร้าง กลับกันสิ่งถูกสร้างต่างหากที่ขึ้นอยู่กับพระเจ้า เวลาเป็นมิติหนึ่ง เป็นสิ่งถูกสร้างโดยพระเจ้า ถ้าพระองค์ขึ้นกับกาลเวลาแล้วผมจะบอกว่ากาลเวลาต่างหากที่เป็นพระเจ้าเพราะไม่มีใครเอาชนะมันได้ พระเจ้าที่แท้จริงจึงต้องไม่ขึ้นกับเวลาหรือสิ่งใดๆ ไม่มีก่อน ไม่มีหลัง เป็นเรื่องที่อาจจะฟังแล้วฝืนๆ นิดๆ นะครับ เพราะเราอยู่ในโลกที่ไม่สามารถเอาชนะกาลเวลาได้ การดำรงอยู่ของพระเจ้าต่างกับธรรมชาติและทฤษฏี big bang นะครับ พวกนั้นยังอยู่ใต้กฎแห่งกาลเวลาและการถูกควบคุม

เรื่องสัญชาตญาณของสัตว์ ผมว่าเราต่างนะ ตัวอย่าง ปลาเซลมอนว่ายทวนน้ำกลับไปวางไข่โดยไม่ต้องมีโรงเรียนสอน แม่มันคงไม่ได้สอน มันไปที่ๆ มันไม่เคยไปได้อย่างไร ความจำมันดีขนาดนั้นเลยหรือ ทั้งที่สัตว์ไม่มีภาษาพูดด้วยซ้ำ ทั้งหมดนี้ผมต้องการบอกว่าวัฏจักรชีวิตของสัตว์รวมทั้งสิ่งถูกสร้างอย่างอื่นนั้นเรียบง่ายและมีแบบแผนกว่าคนเยอะ

เรียนฟิสิกซ์มาใช่มั้ยครับทำไมกฏ F = ma มันถึงเป็นสเถียรอย่างนั้นตลอดเวลา เคยสงสัยมั้ยครับว่าถ้าค่า g ไม่เท่ากับ 9.8 N โลกมันจะเป็นอย่างทุกวันนี้หรือเปล่า? ค่านี้มีผลต่อทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้เลยนะครับ แล้วถ้าโลกเอียงน้อยกว่านี้สักองศาละ ถ้าโลกอยู่ใกล้หรือไกลจากดวงอาทิตย์ขยับไปสักนิดโลกมันยังจะเป็นโลกอยู่หรือเปล่า จะมีความบังเอิญที่ว่ามั้ย ถ้ามันขี้เกียจของมันสักวันนึงเราจะเป็นอย่างไร ดาวมีเป็นล้านๆ ดวงบนฟ้า หาสักดวงที่บังเอิญเหมือนโลกละมีมั้ย ถ้า sample space มันเยอะขนาดนั้นก็น่าจะเจอความบังเอิญแบบนี้ได้ง่ายกว่านี้หรือเปล่า คำถามคือทุกอย่างมัน Perfect เกินไปหรือเปล่าที่จะเรียกสิ่งนี้ว่าความบังเอิญ ? 

ผมว่าพระเจ้าบอกใบ้อะไรเราอยู่นะ ในเมื่อพระองค์ให้สติปัญญาเรามา ทำให้เราแตกต่างขนาดนี้ ทำให้เราเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่มีภาษาพูดอย่างที่คุณว่า ทำให้สัญชาตญาณติดตัวเราน้อยๆ แต่ให้สติปัญญาเรามากๆ ทำให้เราเลือกได้ว่าเราจะทำดี ทำชั่ว เพื่ออะไร? เราควรจะใช้มันพิจารณาถึงจุดประสงค์ที่พระเจ้าต้องการให้เราเล่นเกมนี้หรือเปล่า?</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>โอเคครับ สรุปว่าคุณเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างในศาสนาพุทธ อย่างนี้ผมเรียกว่าการ &#8220;นับถือ&#8221; นะ ไม่ได้เรียกว่า &#8220;ศรัทธา&#8221; เพราะศรัทธาคือการเชื่อมั่นและปฏิบัติครับ</p>
<p>เอาทีละประเด็นนะครับ ผมไม่ได้ต้องการจะบอกว่ามนุษย์ซับซ้อนเกินกว่าธรรมชาติจะสร้างได้หรอกครับ ผมแค่อยากจะชี้ให้เห็นว่าที่เราแตกต่างนั้นเป็นเพราะอะไรต่างหาก </p>
<p>ถ้าพระเจ้ามีอยู่จริง ทำไมถึงสร้างให้เรามีทางเลือกในการใช้ชีวิต ในการณ์นั้นพระองค์มีจุดประสงค์อะไร ถ้าพระเจ้าจะสร้างสิ่งใดแล้วทำให้มันเคารพพระเจ้าตลอดเวลา ทำแต่ความดี เกรงกลัวบาป แน่นอนเรื่องแค่นี้พระเจ้าซะอย่างทำได้อยู่แล้ว ถูกมั้ยครับ แต่การที่เรามีทางเลือกแสดงว่า &#8230;.?</p>
<p>นี่เป็นคำถามครับที่เกิดขึ้นกับผม ผมเลยเอามาถามดูบ้างครับว่าเคยมีอารมณ์ประยุกต์ตรรกะแบบนี้หรือเปล่าเท่านั้นเอง</p>
<p>เรื่องกำเนิดพระเจ้า ใครสร้างพระเจ้า คงต้องไล่กางตำราดูนิยามพระเจ้าของแต่ละศาสนาเทวนิยมครับ แต่อย่าลืมนะครับ พระเจ้าที่แท้จริงเป็นผู้สร้างทุกอย่าง พระองค์นั้นย่อมดำรงอยู่ได้โดยไม่ขึ้นกับสิ่งถูกสร้าง กลับกันสิ่งถูกสร้างต่างหากที่ขึ้นอยู่กับพระเจ้า เวลาเป็นมิติหนึ่ง เป็นสิ่งถูกสร้างโดยพระเจ้า ถ้าพระองค์ขึ้นกับกาลเวลาแล้วผมจะบอกว่ากาลเวลาต่างหากที่เป็นพระเจ้าเพราะไม่มีใครเอาชนะมันได้ พระเจ้าที่แท้จริงจึงต้องไม่ขึ้นกับเวลาหรือสิ่งใดๆ ไม่มีก่อน ไม่มีหลัง เป็นเรื่องที่อาจจะฟังแล้วฝืนๆ นิดๆ นะครับ เพราะเราอยู่ในโลกที่ไม่สามารถเอาชนะกาลเวลาได้ การดำรงอยู่ของพระเจ้าต่างกับธรรมชาติและทฤษฏี big bang นะครับ พวกนั้นยังอยู่ใต้กฎแห่งกาลเวลาและการถูกควบคุม</p>
<p>เรื่องสัญชาตญาณของสัตว์ ผมว่าเราต่างนะ ตัวอย่าง ปลาเซลมอนว่ายทวนน้ำกลับไปวางไข่โดยไม่ต้องมีโรงเรียนสอน แม่มันคงไม่ได้สอน มันไปที่ๆ มันไม่เคยไปได้อย่างไร ความจำมันดีขนาดนั้นเลยหรือ ทั้งที่สัตว์ไม่มีภาษาพูดด้วยซ้ำ ทั้งหมดนี้ผมต้องการบอกว่าวัฏจักรชีวิตของสัตว์รวมทั้งสิ่งถูกสร้างอย่างอื่นนั้นเรียบง่ายและมีแบบแผนกว่าคนเยอะ</p>
<p>เรียนฟิสิกซ์มาใช่มั้ยครับทำไมกฏ F = ma มันถึงเป็นสเถียรอย่างนั้นตลอดเวลา เคยสงสัยมั้ยครับว่าถ้าค่า g ไม่เท่ากับ 9.8 N โลกมันจะเป็นอย่างทุกวันนี้หรือเปล่า? ค่านี้มีผลต่อทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้เลยนะครับ แล้วถ้าโลกเอียงน้อยกว่านี้สักองศาละ ถ้าโลกอยู่ใกล้หรือไกลจากดวงอาทิตย์ขยับไปสักนิดโลกมันยังจะเป็นโลกอยู่หรือเปล่า จะมีความบังเอิญที่ว่ามั้ย ถ้ามันขี้เกียจของมันสักวันนึงเราจะเป็นอย่างไร ดาวมีเป็นล้านๆ ดวงบนฟ้า หาสักดวงที่บังเอิญเหมือนโลกละมีมั้ย ถ้า sample space มันเยอะขนาดนั้นก็น่าจะเจอความบังเอิญแบบนี้ได้ง่ายกว่านี้หรือเปล่า คำถามคือทุกอย่างมัน Perfect เกินไปหรือเปล่าที่จะเรียกสิ่งนี้ว่าความบังเอิญ ? </p>
<p>ผมว่าพระเจ้าบอกใบ้อะไรเราอยู่นะ ในเมื่อพระองค์ให้สติปัญญาเรามา ทำให้เราแตกต่างขนาดนี้ ทำให้เราเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่มีภาษาพูดอย่างที่คุณว่า ทำให้สัญชาตญาณติดตัวเราน้อยๆ แต่ให้สติปัญญาเรามากๆ ทำให้เราเลือกได้ว่าเราจะทำดี ทำชั่ว เพื่ออะไร? เราควรจะใช้มันพิจารณาถึงจุดประสงค์ที่พระเจ้าต้องการให้เราเล่นเกมนี้หรือเปล่า?</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: panuta</title>
		<link>http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/comment-page-1/#comment-4025</link>
		<dc:creator>panuta</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Nov 2007 03:36:51 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/#comment-4025</guid>
		<description>ยินดีแลกเปลี่ยนมุมมองครับ ไม่มีปัญหา หรือจริงๆใครอยากขายความคิดอะไรก็ขายได้เหมือนกัน แต่ผมจะซื้อรึเปล่านี่ก็อีกเรื่องนึง (ผมเป็นพวกควักกระเป๋ายากซะด้วย)

อืม จะบอกว่าผมไม่ศรัทธาในศาสนาพุทธเลย ก็ไม่ถูกร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ คือผมก็เชื่อในคำสอน และหลักการของศาสนาพุทธ &quot;บางอย่าง&quot; ... เรื่องกฏแห่งกรรมนี่ผมเชื่อ แต่ไม่ถึงกับมีนรกสวรรค์ และการเวียนว่ายตายเกิด เป็นต้น

ผมอ่านแล้วเกิดความคำถามเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องพระเจ้าอย่างนึง นั่นคือถ้าคุณ deans4j บอกว่ามนุษย์นี่เป็นสิ่งที่ซับซ้อน หรือยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ธรรมชาติจะสร้างได้ น่าจะเกิดจากพระผู้สร้างอันยิ่งใหญ่มากกว่า ... แล้วถ้าเราไล่ปัญหาไก่กับไข่กับเรื่องนี้ นั่นคือมาถามว่า แล้วพระเจ้ามาจากไหน มีใครสร้างพระเจ้ารึเปล่า? คุณ deans4j คิดว่าอย่างไร?

ผมขอเดาคำตอบไปเรื่อยก่อนละกัน นั่นคือถ้าคำตอบเป็นว่า พระเจ้าดำรงอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครสร้างขึ้นมา มันก็จะไปคล้ายการถือกำเนิดของธรรมชาติเช่นกัน นั่นคือมันดำรงอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครสร้าง ... ต่างกันตรงที่ว่าถ้าเราไล่เหตุการณ์ของธรรมชาติ เราจะไปสุดตรงที่การดำรงอยู่ของจุดๆหนึ่งที่มีพลังงานเป็นอนันต์ ก่อนการระเบิดครั้งใหญ่ตามทฤษฎี Big Bang (ก็ไม่ได้บอกว่าทฤษฎีนี้ถูกนะ แต่ผมก็เชื่อว่ามันเป็นอย่างนี้) -- ส่วนความเชื่อเรื่องพระผู้สร้างก็จะไปสุดที่พระผู้สร้าง สร้างทุกอย่างขึ้นมา ... ซึ่งก็ทำให้ 2 แนวทางนี้มีความคล้ายกันอยู่พอสมควรทีเดียว ... ตรงนี้คือถือตามคำตอบที่ผมคาดเดาไว้นะครับ

พูดถึงสติปัญญาของมนุษย์กับสัตว์แล้ว ... บางทีความแตกต่างอาจจะไม่ได้มากอย่างที่คุณ deans4j คิดไว้ก็ได้นะ ความแตกต่างอาจเป็นเพียงแค่ มนุษย์มีความสามารถในการเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่นมากกว่า มีความจำมากกว่า คิดอะไรซับซ้อนได้มากกว่า แต่ก็มากกว่ากันไม่เยอะ ... อย่างไรก็ตาม ความต่างที่ไม่เยอะนี้ อาจส่งผลจากหน้ามือเป็นหลังมือก็เป็นไปได้ เพราะมันไม่ใช่สมการการบวก แต่เป็นการคูณ นั่นคือ มันจะทวีคูณขึ้น แม้ค่าจะเพิ่มเพียงเล็กน้อย

เมื่ออดีตเมื่อนานมากๆ มนุษย์เราก็ใช้ชีวิตเหมือนสัตว์ประเภทนึง หาอาหาร เอาชีวิตรอด ไปตามประสา ... แต่เนื่องด้วยความเหนือชั้นกว่าที่เรามี ก็ทำให้มนุษย์พัฒนาอะไรหลายๆอย่างขึ้นมาเรื่อยๆ รู้วิธีใช้เครื่องมือ รู้จักการจุดไฟ รู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม ฯลฯ พัฒนาเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา จนเป็นสังคมอย่างทุกวันนี้ ... ตรงนี้ผมมองว่า ไม่ต้องพึ่งความสามารถขนาดพระผู้สร้าง ก็สามารถเกิดขึ้นได้นะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ยินดีแลกเปลี่ยนมุมมองครับ ไม่มีปัญหา หรือจริงๆใครอยากขายความคิดอะไรก็ขายได้เหมือนกัน แต่ผมจะซื้อรึเปล่านี่ก็อีกเรื่องนึง (ผมเป็นพวกควักกระเป๋ายากซะด้วย)</p>
<p>อืม จะบอกว่าผมไม่ศรัทธาในศาสนาพุทธเลย ก็ไม่ถูกร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ คือผมก็เชื่อในคำสอน และหลักการของศาสนาพุทธ &#8220;บางอย่าง&#8221; &#8230; เรื่องกฏแห่งกรรมนี่ผมเชื่อ แต่ไม่ถึงกับมีนรกสวรรค์ และการเวียนว่ายตายเกิด เป็นต้น</p>
<p>ผมอ่านแล้วเกิดความคำถามเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องพระเจ้าอย่างนึง นั่นคือถ้าคุณ deans4j บอกว่ามนุษย์นี่เป็นสิ่งที่ซับซ้อน หรือยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ธรรมชาติจะสร้างได้ น่าจะเกิดจากพระผู้สร้างอันยิ่งใหญ่มากกว่า &#8230; แล้วถ้าเราไล่ปัญหาไก่กับไข่กับเรื่องนี้ นั่นคือมาถามว่า แล้วพระเจ้ามาจากไหน มีใครสร้างพระเจ้ารึเปล่า? คุณ deans4j คิดว่าอย่างไร?</p>
<p>ผมขอเดาคำตอบไปเรื่อยก่อนละกัน นั่นคือถ้าคำตอบเป็นว่า พระเจ้าดำรงอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครสร้างขึ้นมา มันก็จะไปคล้ายการถือกำเนิดของธรรมชาติเช่นกัน นั่นคือมันดำรงอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครสร้าง &#8230; ต่างกันตรงที่ว่าถ้าเราไล่เหตุการณ์ของธรรมชาติ เราจะไปสุดตรงที่การดำรงอยู่ของจุดๆหนึ่งที่มีพลังงานเป็นอนันต์ ก่อนการระเบิดครั้งใหญ่ตามทฤษฎี Big Bang (ก็ไม่ได้บอกว่าทฤษฎีนี้ถูกนะ แต่ผมก็เชื่อว่ามันเป็นอย่างนี้) &#8212; ส่วนความเชื่อเรื่องพระผู้สร้างก็จะไปสุดที่พระผู้สร้าง สร้างทุกอย่างขึ้นมา &#8230; ซึ่งก็ทำให้ 2 แนวทางนี้มีความคล้ายกันอยู่พอสมควรทีเดียว &#8230; ตรงนี้คือถือตามคำตอบที่ผมคาดเดาไว้นะครับ</p>
<p>พูดถึงสติปัญญาของมนุษย์กับสัตว์แล้ว &#8230; บางทีความแตกต่างอาจจะไม่ได้มากอย่างที่คุณ deans4j คิดไว้ก็ได้นะ ความแตกต่างอาจเป็นเพียงแค่ มนุษย์มีความสามารถในการเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่นมากกว่า มีความจำมากกว่า คิดอะไรซับซ้อนได้มากกว่า แต่ก็มากกว่ากันไม่เยอะ &#8230; อย่างไรก็ตาม ความต่างที่ไม่เยอะนี้ อาจส่งผลจากหน้ามือเป็นหลังมือก็เป็นไปได้ เพราะมันไม่ใช่สมการการบวก แต่เป็นการคูณ นั่นคือ มันจะทวีคูณขึ้น แม้ค่าจะเพิ่มเพียงเล็กน้อย</p>
<p>เมื่ออดีตเมื่อนานมากๆ มนุษย์เราก็ใช้ชีวิตเหมือนสัตว์ประเภทนึง หาอาหาร เอาชีวิตรอด ไปตามประสา &#8230; แต่เนื่องด้วยความเหนือชั้นกว่าที่เรามี ก็ทำให้มนุษย์พัฒนาอะไรหลายๆอย่างขึ้นมาเรื่อยๆ รู้วิธีใช้เครื่องมือ รู้จักการจุดไฟ รู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม ฯลฯ พัฒนาเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา จนเป็นสังคมอย่างทุกวันนี้ &#8230; ตรงนี้ผมมองว่า ไม่ต้องพึ่งความสามารถขนาดพระผู้สร้าง ก็สามารถเกิดขึ้นได้นะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: deans4j</title>
		<link>http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/comment-page-1/#comment-4024</link>
		<dc:creator>deans4j</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Nov 2007 20:51:19 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seasandsong.com/2007/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2/#comment-4024</guid>
		<description>ผมถามเพราะสงสัยเฉยๆ เพราะว่าเห็นไม่นับถือศาสนาที่เชื่อเรื่องพระเจ้า ศาสนาเทวนิยมมักมีจุดประสงค์ของการดำเนินชีวิตชัดเจน เช่น บูชาพระเจ้า ทำดีได้เข้าสวรรค์ทำชั่วฝ่าฝืนคำสั่ง ไม่เชื่อในพระเจ้าตกนรก แล้วเห็นบอกว่าไม่ศรัทธาในศาสนาพุทธด้วยที่อธิบายเรื่องนี้ด้วยกฎแห่งกรรม ที่มีจุดหมายปลายทางสูงสุดคือการปรินิพานเลยสงสัยนะครับ

ส่วนตัวผมเชื่อในการมีตัวตนของพระเจ้านะ ผมคิดว่ามันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ว่าที่ไหนสักแห่งมีผู้มีปัญญาสูงส่ง ผู้สร้างอันยิ่งใหญ่ สิ่งที่คนเราเรียกว่า &quot;ธรรมชาติ&quot; มันสมบูรณ์แบบเกินไปที่จะเกิดจากความบังเอิญ มันน่าจะเกิดจากการวางแผนอันชาญฉลาดของใครมากกว่าถึงจะ make sense

มันเป็นผลมาจากการประยุกต์ตรรกะสามัญสำนึกด้วยมั้งครับผมว่า เช่นเราเห็นโปรแกรมเจ๋งๆ สักตัว เราเชื่อมั่น 100% ว่าต้องมีคนสร้างมันขึ้นมา แล้วคน(กลุ่ม)นั้นต้องเก่งมากๆ เป็นอัจฉริยะ ได้ผ่านกระบวนการการสร้างที่มีแบบแผน ตรรกะมันจะไม่สอดคล้องถ้าเราเชื่ออย่างนี้แล้วยังบอกว่าธรรมชาติเกิดมาจาก nowhere ด้วยความบังเอิญโดยไม่มีผู้ควบคุม

ผมว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเภทเดียวที่การกระทำและความคิดไม่ได้ถูกควบคุมด้วยสัญชาตญาณอย่างเข้มแข็งเหมือนสัตว์ประเภทอื่น เรายังต้องเข้าโรงเรียน  หาความรู้ใส่ตัว แล้วเราก็กระทำไปตามความคิดความต้องการของเราอย่างอิสระ ไม่เหมือนกับสัตว์บางประเภทที่สัญชาตญาณมันฝังเข้า DNA อย่างเข้มข้นเกิดมาปุ๊ปอีกวันวิ่ง กิน ผสมพันธ์ รู้มิตร รู้ศัตรูได้เอง เหมือนมันถูกโปรแกรมมาอย่างดีว่าวงจรชีวิตมันต้องเป็นแบบนั้นๆ

จะบอกว่าระดับสติปัญญาเราเหนือกว่าสัตว์ทั้งหมดก็เป็นได้ครับ แต่มันช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงไม่ make sense เลย (โลกเราถึงได้วุ่นวายใกล้พังเพราะ free will ที่ตัดสินใจผิดๆ)  มันเลยเป็นคำถามในใจไงครับว่าคนเราเกิดมาแล้วมีอิสระภาพในการคิดในการทำขนาดนี้ทำไม ถ้าไม่มีจุดประสงค์ในความพิเศษนี้

ผมไม่ได้มาโฆษณาขายอะไรนะครับ แค่อยากแลกเปลี่ยนมุมมองกัน ผมเป็นคนที่คิดอะไรเป็น pattern แล้วใช้ตรรกะมากในการดำเนินชีวิตเลยคิดออกมาได้อย่างนี้ ถ้าบางอย่างเกิดการพังกฎหรือ double standard สักนิด sense มันจะบอกเองว่ามันไม่ใช่ เลยอยากรู้เฉยๆ ครับว่าเคยมีช่วงหนึ่งในชีวิตนั่งตกตะกอนความคิดเรื่องนี้หรือเปล่า ศาสนานอกจากศรัทธาแล้วมันควรเป็นเรื่องที่ make sense และตอบคำถามชีวิตได้ ผมเชื่ออย่างนั้นครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมถามเพราะสงสัยเฉยๆ เพราะว่าเห็นไม่นับถือศาสนาที่เชื่อเรื่องพระเจ้า ศาสนาเทวนิยมมักมีจุดประสงค์ของการดำเนินชีวิตชัดเจน เช่น บูชาพระเจ้า ทำดีได้เข้าสวรรค์ทำชั่วฝ่าฝืนคำสั่ง ไม่เชื่อในพระเจ้าตกนรก แล้วเห็นบอกว่าไม่ศรัทธาในศาสนาพุทธด้วยที่อธิบายเรื่องนี้ด้วยกฎแห่งกรรม ที่มีจุดหมายปลายทางสูงสุดคือการปรินิพานเลยสงสัยนะครับ</p>
<p>ส่วนตัวผมเชื่อในการมีตัวตนของพระเจ้านะ ผมคิดว่ามันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ว่าที่ไหนสักแห่งมีผู้มีปัญญาสูงส่ง ผู้สร้างอันยิ่งใหญ่ สิ่งที่คนเราเรียกว่า &#8220;ธรรมชาติ&#8221; มันสมบูรณ์แบบเกินไปที่จะเกิดจากความบังเอิญ มันน่าจะเกิดจากการวางแผนอันชาญฉลาดของใครมากกว่าถึงจะ make sense</p>
<p>มันเป็นผลมาจากการประยุกต์ตรรกะสามัญสำนึกด้วยมั้งครับผมว่า เช่นเราเห็นโปรแกรมเจ๋งๆ สักตัว เราเชื่อมั่น 100% ว่าต้องมีคนสร้างมันขึ้นมา แล้วคน(กลุ่ม)นั้นต้องเก่งมากๆ เป็นอัจฉริยะ ได้ผ่านกระบวนการการสร้างที่มีแบบแผน ตรรกะมันจะไม่สอดคล้องถ้าเราเชื่ออย่างนี้แล้วยังบอกว่าธรรมชาติเกิดมาจาก nowhere ด้วยความบังเอิญโดยไม่มีผู้ควบคุม</p>
<p>ผมว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเภทเดียวที่การกระทำและความคิดไม่ได้ถูกควบคุมด้วยสัญชาตญาณอย่างเข้มแข็งเหมือนสัตว์ประเภทอื่น เรายังต้องเข้าโรงเรียน  หาความรู้ใส่ตัว แล้วเราก็กระทำไปตามความคิดความต้องการของเราอย่างอิสระ ไม่เหมือนกับสัตว์บางประเภทที่สัญชาตญาณมันฝังเข้า DNA อย่างเข้มข้นเกิดมาปุ๊ปอีกวันวิ่ง กิน ผสมพันธ์ รู้มิตร รู้ศัตรูได้เอง เหมือนมันถูกโปรแกรมมาอย่างดีว่าวงจรชีวิตมันต้องเป็นแบบนั้นๆ</p>
<p>จะบอกว่าระดับสติปัญญาเราเหนือกว่าสัตว์ทั้งหมดก็เป็นได้ครับ แต่มันช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงไม่ make sense เลย (โลกเราถึงได้วุ่นวายใกล้พังเพราะ free will ที่ตัดสินใจผิดๆ)  มันเลยเป็นคำถามในใจไงครับว่าคนเราเกิดมาแล้วมีอิสระภาพในการคิดในการทำขนาดนี้ทำไม ถ้าไม่มีจุดประสงค์ในความพิเศษนี้</p>
<p>ผมไม่ได้มาโฆษณาขายอะไรนะครับ แค่อยากแลกเปลี่ยนมุมมองกัน ผมเป็นคนที่คิดอะไรเป็น pattern แล้วใช้ตรรกะมากในการดำเนินชีวิตเลยคิดออกมาได้อย่างนี้ ถ้าบางอย่างเกิดการพังกฎหรือ double standard สักนิด sense มันจะบอกเองว่ามันไม่ใช่ เลยอยากรู้เฉยๆ ครับว่าเคยมีช่วงหนึ่งในชีวิตนั่งตกตะกอนความคิดเรื่องนี้หรือเปล่า ศาสนานอกจากศรัทธาแล้วมันควรเป็นเรื่องที่ make sense และตอบคำถามชีวิตได้ ผมเชื่ออย่างนั้นครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
