Sea Sand Song

Panu Tangchalermkul’s blog

Wandering in United States – Part 2

with 7 comments

มาต่ออีกตอนละ สำหรับคำแนะนำเล็กๆน้อยๆในการเที่ยวอเมริกา คือจะเน้นการเที่ยวแบบลุยๆ ที่ไม่ใช่ไปกับทัวร์น่ะนะ … เริ่มจากอะไรดีล่ะ

ก็ไล่ตั้งแต่ช่วงเตรียมการเลยละกัน ตรงนี้ก็เป็นเรื่องทั่วๆไป

  • ในเมื่อเราไม่มีทัวร์พาไป เราก็ต้องวางแผนให้ดีๆ จัดตารางที่เหมาะกับเรา และยืดหยุ่น! นั่นคือถ้าสถานที่ๆเราไปมันไม่เปิด เราจะไปตรงไหน หรือถ้าเราเหนื่อยมากๆ ไปไกลๆไม่ไหว จะไปตรงไหนแทน … ตรงนี้ไม่ยาก แค่ศึกษามากขึ้นนิดนึง ไม่ใช่ดูแค่จุดที่เราสนใจ แต่ก็ควรจะรู้นิดๆหน่อยๆว่า บริเวณนั้นมันมีอะไรบ้าง และมันเป็นอะไร
  • อย่าลืมว่าต้องหาที่กินข้าวด้วยนะ 555
  • ศึกษาประวัติความเป็นมา ความสำคัญ เรื่องราวที่น่าสนใจ จุดเด่น ฯลฯ ของสถานที่ๆเราจะไป แล้วก็พิมพ์ออกมาเก็บไว้อ่านก็ได้ ไม่ต้องมานั่งท่องจำ ไม่ได้จะไปสอบ …
  • แผนที่สำคัญมาก ควรจะมี จะซื้อเอา หรือไปหยิบตาม Visitor Information Centers ก็ได้ … แต่ก็อาจจะเจอปัญหาไก่กับไข่ เมื่อหาทางไป Visitor Information Centers ไม่เจอ 555 จะไปเอาแผนที่ แต่ก็ไม่มีแผนที่ๆบอกทางไป Visitor Information Centers ซึ่งต้องไป Visitor Information Centers ถึงจะได้แผนที่ … งงมะ 555
  • ปลั๊กไฟที่อเมริกาเป็น 110 Volt และจะใช้หัวแบน … พวกโน๊ตบุ๊ค กล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวิดีโอ ส่วนมากแล้วจะใช้กับไฟ 110 ได้ (โน๊ตบุ๊คนี่ค่อนข้าง 100%) แต่ตัองระวังเรื่องหัวปลั๊กไฟ สำรวจให้ดีว่ามีอุปกรณ์อะไรเป็นหัวกลมรึเปล่า … ถ้าเป็น ก็ซื้อหัวแปลงอันละไม่กี่สิบ พกไปด้วย
  • กระเป๋าเดินทางที่มีที่ล๊อค … เวลาขึ้นเครื่องไปอเมริกา ก็ควรปลดล๊อคด้วย และเอาของมีค่ามากๆ หิ้วติดตัวขึ้นเครื่องดีกว่า เพราะบางทีเค้าก็จะเปิดกระเป๋าเราค้นดูของข้างใน ถ้ามันน่าสงสัย … ผมโดนค้นหลายรอบแล้ว สงสัยมีอาหารเยอะเกิน … ถ้าเค้าเปิดค้น เค้าจะมีใบใส่ไว้ในกระเป๋าบอกว่ากระเป๋าใบนี้ถูกค้น
  • โรงแรมในอเมริกา 3 ดาวก็ถือว่าดีแล้ว พวก Motel ก็ยังอยู่ได้สบายๆ ราคาก็ขึ้นอยู่กับสถานที่ ช่วงราคาก็ซัก $40 – $200 อย่าเห็นแก่ความถูกแล้วเลือกเอาที่ไกลๆ ต้องดูหลายๆอย่าง หนึ่งคือการเดินทาง สองความปลอดภัย สามบริการของโรงแรม … เลือกโรงแรมที่อยู่ใกล้กับถนนใหญ่ มีระบบขนส่งมวลชนเข้าถึง ยิ่งถ้าเป็นรถไฟก็ยิ่งดี เรื่องความปลอดภัย ต้องหาข้อมูลในอินเตอร์เนทเอาตามเว็บรีวิวโรงแรม หรือลองดูว่าแถวนั้นมีโรงแรมอยู่เยอะมั้ยก็ได้ … บริการของโรงแรมก็เช่น รับส่งฟรีจากสนามบิน (มักจะเป็นโรงแรมใกล้สนามบิน ซึ่งค่าห้องค่อนข้างสูง) มีอินเตอร์เนทให้รึเปล่า อาหารเช้ามีให้มั้ย ฯลฯ
  • แนะนำให้เลือกโรงแรมจากเครือโรงแรมใหญ่ๆ ถ้าไม่รู้จักโรงแรมนั้นเป็นการส่วนตัว … ที่อเมริกา โรงแรมของเครือใหญ่ๆมีเยอะอย่างกับ 7-11 … อย่างที่ Los Angeles ก็มีโรงแรมของเครือเดียวกับเป็นหลายสิบโรงแรม … พวก Westin, Best Western, Marriott, Holiday Inn เป็นต้น … แล้วเครือโรงแรมนึง ก็จะมีโรงแรมในเครือหลายชื่อ เจาะกลุ่มเป้าหมายคนละกลุ่ม เช่นพวกเครือ Marriott เป็นต้น
  • โรงแรมส่วนใหญ่แล้วจะจองทางเว็บได้ ซึ่งหลายครั้งก็จะถูกกว่า แต่มักจะคืนเงินไม่ได้และต้องจ่ายเต็ม … ถ้าแน่เรื่องสถานที่แล้วก็จองเลยก็ดี แต่ไม่แน่ใจก็ไปหาเอาดาบหน้าก็ยังโอเค
  • ตอนกลางวันที่ไม่อยู่โรงแรม เก็บข้าวเก็บของให้ดี เพราะจะมีแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาด
  • พวกทีวีนี่มักจะมีหนังให้ดูแบบเสียตัง (ไม่ใช่หนังอย่างนั้น) ถ้าใครจองโรงแรมด้วยบัตรเครดิต ก็ระวังให้ดี มันชาร์จได้เลย โดยที่เราไม่รู้ตัว … แต่ส่วนใหญ่เค้าก็ใช้บัตรเครดิตกันนะ
  • พูดถึงบัตรเครดิตแล้ว … ถ้ามีก็พกไปหน่อย แต่ก็ต้องระวังให้มาก และเรื่องชาร์จค่าธรรมเนียมนี่ไม่แน่ใจ ต้องลองถามธนาคารดู … ส่วนบัตร ATM ของไทยที่มีเขียนว่า Plus เนี่ย เอามากดที่นี่ได้นะ รู้สึกจะเสียค่าธรรมเนียมนิดหน่อย แต่ก็สะดวกดี (ไม่เคยลองแฮะ แต่ใน Pantip แนะนำกับเป็นปกติ) … นั่นแหละ ลองหาข้อมูลใน Pantip เพิ่มเติมเอา … ส่วนผมมีบัญชีที่นี่ ก็เลยไม่มีปัญหาอะไร
  • แบ๊งค์ $100 ที่นี่ถือว่าใหญ่พอๆกับแบ๊งค์พัน เวลาเอาไปซื้อก๋วยเตี๋ยว … ถ้ามีก็หาโอกาสแตกมันซะ อย่าไปแตกร้านเล็กๆล่ะ เดี๋ยวหัวแตก
  • ที่นี่พวกเหรียญมีชื่อของมันด้วย ก็จะมีตั้งแต่ 1 cent ชื่อว่า Penny … 5 cent ชื่อว่า nickel … 10 cent ชื่อว่า dime … และ 25 cent ชื่อว่า quarter … จำไว้ก็ไม่เสียหาย
  • บางครั้งบางคราวคนที่นี่ก็แทนคำว่า dollar ด้วยคำว่า buck และ พูดหลักพันด้วยคำว่า grand เช่น 10 buck คือ 10 dollars ส่วน 5 grand คือ 5000 (จะหมายถึงเงิน หรือหมายถึงอะไรก็ได้)
  • เวลาคนที่นี่อ่านตัวเลข ถ้ามันเกินร้อย เค้าก็มักจะแบ่งแล้วค่อยอ่านทีละชุด เช่น 3412 ก็อ่านว่า thirty-four twelve หรือ 1305 นี่เค้าอ่านว่า thirteen o’ five … อันนี้ไม่มีกฎตายตัวน่ะนะ
  • ถึงไหนแล้วเนี่ย -_-
  • ได้ห้องพักแล้วก็ต้องเดินทางสินะ … ถ้าเป็นเมืองใหญ่ ก็มักจะไปได้ด้วยรถไฟหรือรถเมล์ … ถ้าเป็นเมืองเล็ก ก็ตัวใครตัวมันล่ะ เดินเอามั้ง 555
  • เวลาขึ้นรถไฟ เท่าที่ดูจาก 3 เมือง Los Angeles, New York และ Chicago ก็จะคล้ายๆกันคือซื้อตั๋วที่ตู้ขายตั๋ว … ที่ตู้ของแต่ละเมืองจะไม่เหมือนกัน ต้องเปิดเว็บดูข้อมูลเอา บางที่จะมีให้ซื้อแค่แบบเติมเงินอย่างเดียว บางที่จะมีทั้งแบบ 1-Pass หรือ 1-Day ด้วย … และส่วนมากแล้วตู้จะมีตั้งไว้แค่สถานีรถไฟ หรือท่าเทียบรถเท่านั้น ไม่มีตามป้ายรถเมล์หรอกนะ … อ้อ! ส่วนมากแล้วทั้งรถเมล์และรถไฟ ก็จะเป็นบริษัทเดียวกัน ใช้ตั๋วร่วมกันได้ (แต่ไม่เสมอไป)
  • ส่วนรถเมล์นี่มีให้เลือกคือจะซื้อตั๋วจากพวกตู้มาก่อน หรือใช้เงินสด … ถ้าใช้เงินสด ก็ต้องให้พอดีกับค่าโดยสาร (เกินก็คงได้มั้ง) … ไม่เคยขึ้นรถเมล์ที่เมืองอื่นนอกจาก Chicago … ของที่นี่จะมีเครื่องตั้งอยู่ข้างๆคนขับ จะมีช่องแยกกันระหว่างที่ใส่แบ๊งค์กับที่ใส่เหรียญ … แบ๊งค์ก็จะใช้สอดเอา ส่วนเหรียญก็จะมีช่องกว้างๆ ให้เทเหรียญลงไปในนั้นได้เลย
  • เวลานั่งรถเมล์ มันก็จะระบบให้กดขอลงเหมือนไทย แต่ที่ Chicago นี่จะเป็นสายพาดอยู่ตรงหน้าต่าง ให้ดึงเอาเวลาต้องการจะลง … ส่วนเวลานั่งรถไฟ นี่ไม่ต้อง 555
  • ถ้าใครขี่จักรยาน ที่นี่เอาจักรยานขึ้นรถเมล์ได้ด้วยนะ โดยที่มันจะมี rack ให้ใส่อยู่ทางด้านหน้าของรถเมล์
  • รถเมล์ที่ Chicago นี่จะมีเสียงออกลำโพงในรถบอกป้ายต่อไปด้วย สะดวกดี
  • ทั้งรถเมล์และรถไฟจะมีตารางเวลาของมันอยู่ ซึ่งก็ค่อนข้างตรงเวลาทีเดียว … เคยเห็นรถเมล์จอดแช่ป้าย เพราะขับเร็วเกินกว่าตารางเวลามั้ยล่ะ 555

โอย เหนื่อย ไว้ต่อตอนหน้าอีก…

Written by panuta

October 29th, 2007 at 2:08 pm

Posted in personal

Tagged with ,

7 Responses to 'Wandering in United States – Part 2'

Subscribe to comments with RSS or TrackBack to 'Wandering in United States – Part 2'.


  1. ..
    .

    ไม่ต้องไปเที่ยวแล้วมั้ง

    อ่านเอา ..ก็อร่อยและ

    kumint`

    29 Oct 07 at 9:45 pm

  2. รถบัสที่นิวยอร์กถ้าไม่ใช้ MetroCard
    ก็ต้องใช้เหรียญให้พอดี $2 เท่านั้น ไม่งั้นอดขึ้น :twisted:

    NNN

    30 Oct 07 at 2:10 pm

  3. โดน tag แล้วจ้า รับด้วย ทำดีเพื่อพ่อ

    aoyoyo

    31 Oct 07 at 9:18 am

  4. รบกวนถามหน่อยนะคะ ตอนนี้อยู่รัฐเท็กซัสคะ ถ้ามีเวลาช่วงคริสต์มาส 3-4 วัน ควรจะไปเที่ยว LA หรือว่า New York ดีกว่ากันคะ รอคำตอบอยู่นะคะ ขอบคุณล่วงหน้าคะ

    Bowie

    18 Nov 07 at 9:34 pm

  5. เป็นผมถ้าไม่เคยไปทั้ง 2 ที่ คงเลือกไปเที่ยว LA มากกว่า เพราะช่วงนั้นที่ New York อากาศหนาวน่าดู (คงมีหิมะและอุณหภูมิก็คงซัก 30F ได้) แต่ถ้าไม่สนใจเรื่องอากาศหนาวล่ะก็ ที่ New York ก็มีที่ๆน่าไปมากกว่า LA เยอะนะ

    ที่ LA นี่แนะนำให้แวะไป Getty Museum ด้วย นอกเหนือไปจากพวก Disneyland กับ Universal Studios (สองที่หลังนี่ ไปทีอยู่ได้เป็นวัน) … ถ้าชอบบ้านผีสิงล่ะก็ ที่ Universal นี่น่ากลัวใช้ได้ (น้องสาวผมกรี๊ดตั้งแต่เข้ายันออก)

    panuta

    19 Nov 07 at 11:33 am

  6. ก็จะมีตั้งแต่ 1 cent ชื่อว่า Penny … 5 cent ชื่อว่า nickel … 10 cent ชื่อว่า dime … และ 25 cent ชื่อว่า quarter … จำไว้ก็ไม่เสียหาย
    บางครั้งบางคราวคนที่นี่ก็แทนคำว่า dollar ด้วยคำว่า buck และ พูดหลักพันด้วยคำว่า grand เช่น 10 buck คือ 10 dollars ส่วน 5 grand คือ 5000
    ความรู้ใหม่ ขอบคุณครับ

    travelinthailand

    12 May 08 at 11:44 am

  7. แจ่มมาก

    mp3

    25 Aug 09 at 11:38 am

Leave a Reply