magic number
by panuta on January 25, 2007
เว็บ SmallBusinessHub เขียนบทความที่อ้างถึงบทความในเว็บ Inc. โดยเป็นเรื่องเกี่ยวกับผลสำรวจคุณลักษณะของเจ้าของธุรกิจขนาดย่อม 1300 คน ซึ่งทำการสำรวจโดย QuickBooks (บริษัทขายโปรแกรมบัญชี) โดยได้ผลออกมาว่า
- เจ้าของกิจการ 43% ยอมรับว่าตอนเด็กเป็นพวกโดดเดี่ยว
- 43% เป็นลูกคนโต
- 77% ไม่มีดีกรีทางด้านบริหาร!
- 85% เป็นเจ้าของกิจการที่มีเจ้าของคนเดียว
น่าสนใจใช่ไหมครับ … แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักที่ผมต้องการจะสื่อ … ความน่าสนใจของบทความนี้ มันถูกจุดประกายขึ้นมาโดยความคิดเห็นแรกของบทความในเว็บ SmallBusinessHub ซึ่งโต้แย้งผลสำรวจได้อย่างน่าสนใจ
What a garbage article. Where’s the control group? Without a control group, this tells us nothing at all. 43% admit to being loners? Sure, why not. Lots of people feel lonely during high school, is this something exceptional about entrepreneurs? It’s impossible to tell. 43% were the eldest in the family? Taking the canonical family with 2.4 children, you would expect a 41.7% chance of a random child being the eldest. That looks to me like birth order has no effect on entrepreneurship. 77% don’t have business degrees? That means 23% do which looks like a pretty big number to me. How many college graduates are business majors? I bet it isn’t 23%. 85% of business owners are sole proprieters? Sounds like a pretty obvious extension of the long tail principle to me. In short, this is a piece of utter glurge and you should be ashamed for having posted it.
posted on Wednesday, January 24, 2007 at 8:04 PM by Shalmanese
ประเด็นแรกคือ ปกติแล้วมีคนทั่วไปกี่ % ที่ยอมรับว่าตอนเด็กเป็นพวกโดดเดี่ยว? ถ้าผลออกมาว่ามันมีค่าใกล้เคียงกับ 43% ซึ่งเป็นตัวเลขของเจ้าของกิจการ (ซึ่งก็อยู่ในกลุ่มของคนทั่วไป) ที่ยอมรับว่าตอนเด็กเป็นพวกโดดเดี่ยว … ไม่ได้บอกอะไรเลย เพราะว่ามันเป็นค่าปกติของคนทั่วไปอยู่แล้ว
ประเด็นต่อมาคือผลสำรวจที่ว่า 43% ของเจ้าของกิจการเป็นลูกคนโต ตรงนี้ผู้เขียนความคิดเห็นแรกได้สมมุติสถิติจำนวนบุตรต่อครอบครัว เป็น 2.4 คนต่อครอบครัว ถ้าคิดตามตัวเลขนี้ ก็จะได้ว่า คนทั่วไป 41.7% จะเป็นลูกคนโต นั่นหมายความว่า (ในกรณีที่คิดตามเลข 2.4) ผลลัพท์ที่ได้จากการสำรวจ ก็ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับคุณลักษณะของเจ้าของกิจการเลยเหมือนกัน … จะดูว่าผลลัพธ์สามารถบอกอะไรได้หรือไม่ ก็ต้องเอาค่าสถิติจำนวนบุตรต่อครอบครัว ในพื้นที่ๆทำการสำรวจ มาพิจารณาประกอบด้วย (ซึ่งตรงนี้ไม่มีเว็บไหนกล่าวถึง)
คนเขียนความคิดเห็นแรกก็ยังได้โต้อีก 2 ประเด็นที่เหลือ แต่ก็ไม่ได้เด่นชัดเหมือน 2 ประเด็นแรกที่ผมเขียนไป
นี่คงเป็นตัวอย่างที่ดี ที่ช่วยให้เรามองเห็นถึงภาพลวงตาที่เกิดจากการตีความตัวเลขแบบสำรวจ โดยที่ยังไม่ได้มองให้รอบด้าน และนำไปสู่การเข้าใจอย่างผิดๆ … ในกรณีนี้ เราก็อาจจะเข้าใจไปว่าเจ้าของกิจการเป็นพวกโดดเดี่ยวจริง ทั้งๆที่ความจริงอาจจะจริงหรือไม่จริง ก็ยังไม่รู้ เพราะไม่มีข้อมูลประกอบที่เพียงพอให้สรุปออกมาได้
และถ้าเปลี่ยนเราไปเป็นคนที่ทำแบบสำรวจ ก็คงจะทำให้เราได้รู้และระลึกถึงว่า การสร้างแบบสำรวจนั้น ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบพอสมควร จึงจะสามารถดึงเอาความจริง ที่ต้องการออกมาได้ และสามารถใช้ผลลัพธ์ที่ได้ ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
ก็สรุปได้ว่า ตัวเลขที่เห็นจากแบบสำรวจนั้น มันอาจเป็นเพียงภาพลวงตา หลอกให้เราเพ่งความสนใจไปที่มัน จนละเลยที่จะมองให้รอบอย่างถี่ถ้วน และคิดไปว่า … มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
2 comments
หนังสือเล่มหนึ่งเล่าว่า มีนักการเมืองอังกฤษท่านนึงได้กล่าวไว้ว่า…
“คำโกหกมีอยู่ 3 ชนิด คือ 1 คำโกหกที่เจตนาดี 2 คำโกหกที่เจตนาร้าย และ 3 ตัวเลข!”
by :-p on January 25, 2007 at 1:21 am. #
ในไทยก็มีตัวแทนของ QuickBooks นะครับ
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.thaiaccounting.com/ นะครับ
by QuickBooks on January 5, 2009 at 2:48 am. #