What type of book do you like the most?

by panuta on September 1, 2011

วันก่อนมีคนถามว่าชอบอ่านหนังสือประเภทไหน?

เป็นคำถามที่ตอบลำบากเหมือนกัน เพราะชอบอ่านหนังสือหลากหลายประเภทมาก และหลายครั้ง มักจะระบุประเภทของหนังสือแน่นอนไม่ได้ (มันเป็นจิตวิทยาหรือมันเป็นธุรกิจ?) หรือหนังสือบางประเภท บอกออกไปก็อาจจะไม่เข้าใจ ต้องอธิบายกันยืดยาว (เช่น หนังสือเกี่ยวกับ User Interface Design หรือเกี่ยวกับทฤษฎีการออกแบบ ฯลฯ)

ก็เลยมักจะจบลงด้วยการตอบไปสั้นๆ เลือกมาซัก 1-2 ประเภท เช่นที่กำลังอ่านล่าสุด หรือที่ทำให้ตัวเองดูดีสุด เป็นต้น

สั้นๆ แต่สื่อสารความเป็นตัวตนของเราออกไปไม่ได้

พามาดูชั้นหนังสือที่บ้าน น่าจะเป็นคำตอบที่สามารถสื่อสารได้ดีที่สุด

MOVE EAT LEARN

by panuta on August 6, 2011

หลังจากที่ได้ดูวิดีโอ 3 อันนี้จบ (MOVE, EAT, LAERN) ก็ทำให้นึกถึงความคิดเรื่องงานที่อยากทำด้านการท่องเที่ยว ที่ก่อตัวขึ้นมาในช่วงปีสองปีให้หลังมานี้

อยากเปิดบริษัทท่องเที่ยว รับจัดหรือประสานงานทริปเดินทาง รวมไปถึงเป็นศูนย์ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว

หัวใจหลักของการเดินทางที่อยากจัดขึ้นคือ การเปิดประสบการณ์และการเรียนรู้

ผมว่าตัวเองโชคดีที่ได้มีโอกาสไปยังสถานที่ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเมืองไทยหรือเมืองนอก ซึ่งแต่ละสถานที่ๆ ไปนั้นทำให้โลกของผมกว้างขึ้น ได้มองเห็นอะไรที่มันแตกต่างไปจากเมืองที่เราอาศัยอยู่ ทำให้เรารู้ว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่ยิ่งนัก กรอบความคิดหรือกรอบความรู้ที่เรายึดติดอยู่นั้น เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของโลกใบนี้เท่านั้นเอง

ชิมอาหารท้องถิ่นอย่างเดียวไม่น่าจะพอ อยากลองทำเองดูบ้างไหม?

เที่ยวชมไร่นา สวนผลไม้ เดินถ่ายรูปและซื้อหามาทาน ทำไมไม่อยากลองปลูกดูบ้าง?

ร่วมงานประเพณีท้องถิ่น เดินเล่นจับจ่ายซื้อของตามร้านค้าที่มาขายตามงาน อยากลองเปลี่ยนจากหน้างานเข้าไปหลังงาน ไปก่อนหน้าที่งานจะเริ่ม ช่วยจัดงานนั้นขึ้นมาไหม?

เที่ยวป่าเขา น้ำตก ทะเล หาดทราย นักท่องเที่ยวธรรมดาไปแล้วสถานที่มักจะโทรมลงเรื่อยๆ อยากลองเป็นนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่บ้างไหม? ที่ไปที่ไหน ก็ช่วยทำให้ธรรมชาติดีๆ ให้กลับคืนมา

ไม่เคยสัมผัสโลกใต้ทะเล ไม่เคยลองปีนหรือหย่อนตัวจากหน้าผา ไม่เคยโดดร่ม ไม่เคยบังคับเรือ ไม่เคยโน่นไม่เคยนี่ แต่ก็อยากลองดูสักครั้งไหม?

โลกใบนี้ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ ไหนๆ ก็จะไปเที่ยวกันอยู่แล้ว ไปเที่ยวแบบเรียนรู้ ไปเที่ยวแบบสร้างสรรค์ ไปเที่ยวแบบเปิดโลกใบใหม่ … กันบ้างดีกว่า …

ร้านกาแฟใกล้ที่ทำงาน

by panuta on July 19, 2011

ถามว่าถ้ามีร้านกาแฟอยู่ใกล้ที่ทำงาน อยากให้มันเป็นแบบไหน?

อยากให้เป็นที่ๆ เราสามารถปลีกจากโต๊ะทำงาน มานั่งสบายๆ อยู่ร้านกาแฟ เผื่อคิดอะไรที่ต้องใช้ไอเดียเยอะๆ หรืออาจจะอยากพักสายตาจากที่ทำงานซักระยะ และเป็นที่ๆ สามารถนัดคนอื่นมานั่งคุยเล่นสบายๆ โดยไม่ต้องไปนัดคุยกันในบรรยากาศห้องประชุม

โต๊ะนั่งมีขนาดพอสมควร สามารถวางของได้หลายอย่าง เช่น หนังสือหลายเล่มหรือบอร์ดเกม และต้องเป็นโต๊ะไม้เท่านั้น (ไม้จริงไม้เกือบปลอมได้ แต่ต้องแข็งแรง)

มีเพลงเปิดคลอเบาๆ และเราสามารถเลือกเพลงที่อยากฟังได้

มีพนักงานร้านกาแฟที่พอเห็นหน้าเราแล้วก็จำได้เลยว่าชอบสั่งอะไร แบบไหน หรือไม่เอาอะไร แต่ไม่ต้องคุยกันเยอะ ทักทายกันนิดๆ หน่อยๆ ก็พอ

บรรยากาศร้านต้องสว่างๆ ถ้าเป็นแสงจากธรรมชาติก็จะดีมาก

มีกาแฟให้เลือกได้จากหลายแหล่ง สามารถเข้าไปช่วยทำบางขั้นตอนของการทำกาแฟได้ เช่น บดกาแฟด้วยมือเอง ก่อนส่งให้คนชงกาแฟทำที่เหลือ สามารถเล่นโน่นเล่นนี่ ใส่โน่นใส่นี่ ได้ตามใจ หรืออาจจะทำเองจนจบขั้นตอนเลยก็ได้ สามารถเอาของที่เราเอามาเอง ผสมไปกับกาแฟของเราเองได้ ควรจะมีเครื่องชงหลายๆ แบบให้ได้ลองเล่น เช่น moka pot, coffee press, vacuum coffee maker เป็นต้น

สามารถเอาแก้วใบโปรดเก็บไว้กับร้านกาแฟ เพื่อให้เวลาที่เรามา เค้าก็จะใช้แก้วใบนั้นใส่กาแฟให้เรา พอกินเสร็จ ก็ล้างแล้วเก็บให้

มีเคาท์เตอร์บาร์ให้นั่งอยู่ด้านหน้าที่ชงกาแฟ ไว้ดูคนอื่นชงกาแฟแบบเพลินๆ และอาจจะนั่งคุยกับพนักงานร้านกาแฟไปเรื่อย

เอาอาหารอย่างอื่น เอาน้ำอย่างอื่น เข้ามาทานได้ตามสบาย (ยกเว้นของมีกลิ่นแรง เกรงใจ) เผื่อจะเอาขนมที่เพื่อนซื้อมาฝาก มานั่งกินเล่นกันในร้าน

นอกจากกาแฟแล้ว ต้องมี ชา และน้ำผลไม้ ขายด้วย เผื่อวันนั้นกินไปหลายแก้วแล้ว อยากกินอย่างอื่นบ้าง ถ้ามีชาแปลกๆ น้ำผลไม้แปลกๆ ให้สั่งได้ก็จะดี

มีขวดโหลคุ๊กกี้ให้หยิบกินได้ฟรีๆ และอาจจะมีขนมอย่างอื่นด้วย แล้วแต่ช่วงว่าจะทำอะไร ซื้ออะไรมา ให้ได้ลุ้นกัน

พอตกกลางคืนเปลี่ยนเป็นลานเบียร์

ช่างตัดผมมีพลังพิเศษ

by panuta on June 25, 2011

เป็นคนที่ชอบปล่อยผมให้ยาวมากๆ จนรำคาญตัวเอง ก่อนจะไปตัดผม (พอเริ่มรำคาญแล้ว ก็ต้องข้ามกำแพงความขี้เกียจไปอีกต่อหนึ่ง)

พอเวลาไปตัดที ก็จะตัดให้มันสั้นไปเลย จะได้ปล่อยให้มันยาวได้นานๆ ระยะห่างในการตัดผมแต่ละครั้ง อย่างน้อยๆ คือ 4-5 เดือนเป็นอย่างต่ำ

มีเรื่องหนึ่งที่คาใจมานานแล้ว (นานมากๆ) เวลาที่ช่างตัดผมถามมาว่าจะเอาทรงอะไรดีเนี่ย แล้วผมตอบกลับไปว่า “เอาทรงเดิม แต่สั้นๆ หน่อย” (ซึ่งผมจะบอกอย่างนี้แทบทุกครั้งที่ไปตัดผม) ช่างมันรู้ได้อย่างไรว่าทรงเดิมของผมมันเป็นแบบไหน? ห่างกันตั้ง 4-5 เดือน ผมยาวขึ้นมาเป็นนิ้วๆ ช่างก็เป็นคนละคนกัน …

แล้วที่แปลกใจที่สุดก็คือ … ตัดออกมาแล้วมันไม่เหมือนทรงเดิมเลยซักครั้ง

งานหนังสือ เม.ย. 2554

by panuta on April 7, 2011

งานหนังสือครั้งล่าสุดเพิ่งจะผ่านพ้นไป ซึ่งทุกปีก็จะพยายามเจียดเวลาไปเดินงาน อย่างน้อยซักวัน (ช่วงที่ว่างจริงๆ ก็เคยไปถึงสามวัน) ไปเดินงานหนังสือมาตั้งแต่ครั้งที่ยังจัดอยู่ที่คุรุสภา ได้เห็นยุคสมัยที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากงานหนังสือ และก็ได้เห็นตัวเองที่โตขึ้น เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อหนังสือไปเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน

เมื่อก่อนจะบ้านิยายไทยมาก แก้วเก้า และประภัสสร เสวิกุล คือนักเขียนในดวงใจ พวกนิยายแปลก็ชอบอยู่พักนึง นิยายจีนกำลังภายในก็เคยติดจนต้องอ่านทั้งวัน ไม่อยากลุกไปกินข้าว (หวงอี้เท่านั้น) ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็เลิกอ่านไปหมดแล้ว เพราะไม่ค่อยมีเวลาอ่านเป็นเหตุผลหลัก

บางยุคก็มาบ้าพวกหนังสือมีสาระ ทั้งธุรกิจ การตลาด จิตวิทยา การบริหารจัดการ ฯลฯ ซื้อมาเยอะแยะ อ่านรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ประมาณว่าขอให้ได้ซื้อ ก็รู้สึกว่ามีสาระแล้ว (กูมันบ้า)

ในยุคหลังๆ มานี่จะซื้อแบบมีความรับผิดชอบมากขึ้น นั่นคือจะซื้อหนังสือที่อยากอ่านมากๆ เท่านั้น เลิกซื้อหนังสือที่คิดว่าจะอ่านออกไป และก็จะเริ่มรู้ว่าเล่มไหนดี เล่มไหนไม่คู่ควรการเสียเงิน แค่จากการอ่านพลิกๆ ดูเท่านั้น (ยังไม่แม่น 100% ยังต้องใช้เวลาฝึกฝน) ช่วยให้ซื้อหนังสือน้อยลงไปได้เยอะทีเดียว

ครั้งล่าสุดก็เพิ่งได้ลองใช้บริการส่งหนังสือกลับบ้านทางไปรษณีย์เป็นครั้งแรก …​ ประทับใจมาก ซื้อวันเสาร์ ได้ของมาส่งวันอาทิตย์ … ทันใจ ประทับใจ ได้ใจไปเต็มๆ ราคาไม่แพงด้วย กล่องใหญ่แค่ร้อยกว่าบาท คุ้มจะตาย แทนที่จะต้องไปแบกขึ้นรถ (ซึ่งก็ต้องจอดที่อื่น เพราะศูนย์ประชุมฯ มันมีที่จอดก็เหมือนไม่มี)

เกริ่นมาตั้งนาน หนังสือที่ซื้อมาก็มีดังนี้

  1. สินเจริญโภชนา
  2. a day legend
  3. Speed of Light – tammfotografie
  4. Water in the garden – บ้านและสวน
  5. Room Series 1 ถึง 4 – บ้านและสวน
  6. ต้มยำทำแกง – วาณิช จรุงกิจอนันต์
  7. อิ่มหลักร้อย อร่อยริมทาง – หมูหวาน
  8. การลาออกครั้งสุดท้าย – ภาณุมาศ ทองธนากุล
  9. สวรรค์ในครัว – เขียง มะขาม
  10. มหัศจรรย์แห่งร่างกาย 1 และ 2
  11. คู่มือท่องกาแล็กซี่ ฉบับนักโบก (Hitchhiker’s Guide to the Galaxy) – Douglas Adams (แทนไท ประเสริฐกุล แปล)
  12. ภัตตาคารสุดปลายทางจักรวาล (The Restaurant at the End of the Universe) – Douglas Adams (แทนไท ประเสริฐกุล แปล)
  13. ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล 2 – วิททร์ เลียววาริณ
  14. ชิมเชียงใหม่ 120 ร้านอร่อย
  15. ต้นไม้ใต้ดวงอาทิตย์ – ทรงกลด บางยี่ขัน
  16. มีของต้องสำแดง – ภูมิชาย บุญสินสุข
  17. ซากะ อาโออิ – วิชัย

ไม่เยอะไปใช่ไหม?????